
โลกมองไทย
บลูมเบิร์กรายงานว่า การปะทะกันบริเวณชายแดนไทยกัมพูชา ครั้งล่าสุดได้ล่วงเลยมาแล้วถึง 3 วัน
บลูมเบิร์กรายงานว่า การปะทะกันบริเวณชายแดนไทยกัมพูชา ครั้งล่าสุดได้ล่วงเลยมาแล้วถึง 3 วัน
และทำให้ทหารไทยเสียชีวิตแล้ว 5 นาย บาดเจ็บอีก 28 นาย ขณะที่ทหารเขมรเองก็ต้องเสียชีวิต 6 นาย บาดเจ็บนับสิบราย
เจ้าหน้าที่ทางการของทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายหนึ่งว่าเป็นผู้จุดชนวนการโจมตีก่อน โดยรัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ย้ำว่าทหารไทยมุ่งหวังที่จะครอบครองพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหาร ซึ่งทางการไทยได้ตอบปฏิเสธและยืนยันหนักแน่นว่า ไทยเจตนาที่จะเจรจาระดับทวิภาคีและปรารถนาที่จะพูดคุยกับกัมพูชาอย่างจริงจัง
ก่อนหน้านี้ ไทยได้ปฏิเสธไม่ยอมรับทีมผู้สังเกตการณ์จากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างไทยและกัมพูชา ในฐานะประเทศประธานอาเซียน ส่งผลให้การเจรจาระหว่างสองประเทศไม่สามารถคืบหน้าได้ เนื่องจากกัมพูชาเองไม่ค่อยจะเห็นด้วยนักกับการเจรจาในระดับทวิภาคี
ทั้งนี้ รัฐสภากัมพูชามองว่า การที่รัฐบาลไทยไม่ยอมรับให้มีคนกลางเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ในการเจรจา เท่ากับปฏิเสธไม่ยอมรับบุคคลที่จะสามารถบอกเล่าความจริงที่เกิดขึ้นนี้ได้ ขณะที่การรังแต่เรียกร้องจะเจรจาแต่ระดับทวิภาคีไม่ได้ช่วยให้อะไรคืบหน้ามากไปกว่าช่วยให้ทหารไทยโจมตีกัมพูชาซ้ำแล้วซ้ำเล่า นับตั้งแต่ที่กรณีพิพาทเหนือชายแดนปะทุขึ้นเมื่อปี 2551
ยิ่งไปกว่านั้น ทางประเทศกัมพูชายังมองว่า การปะทะกันครั้งล่าสุดในช่วงปลายเดือน เม.ย. เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการหาเสียงของรัฐบาลไทย
“ที่ทหารไทยเข้ามาโจมตีรุกรานกัมพูชา เป็นเพราะทหารไทยจะสามารถอ้างได้ว่าได้ปกป้องประเทศ เพื่อเรียกความไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาชน” ฟาย สีพาน โฆษกรัฐบาลกัมพูชา กล่าวในกรุงพนมเปญ พร้อมย้ำว่า ทหารไทยยังใช้อาวุธต้องห้ามอย่างระเบิดดาวกระจายในการโจมตีกัมพูชา







