
ภท.ได้ฤกษ์เปิดนโยบายสู้เลือกตั้ง30เม.ย.
ภูมิใจไทยเปิดนโยบาย "3 ท." 30เม.ย.นี้สู้ศึกเลือกตั้ง ย้ำเปิดตัวส.ส.เขต-สัดส่วนหลังยุบสภา ยันส่งไม่ครบทุกพื้นที่ ปัดวิจารณ์นโยบายเพื่อไทย แนะปชช.พิจารณาให้ดีสามารถทำได้อย่างที่คุยหรือไม่
ภูมิใจไทยเปิดนโยบาย "3 ท." 30เม.ย.นี้สู้ศึกเลือกตั้ง ย้ำเปิดตัวส.ส.เขต-สัดส่วนหลังยุบสภา ยันส่งไม่ครบทุกพื้นที่ ปัดวิจารณ์นโยบายเพื่อไทย แนะปชช.พิจารณาให้ดีสามารถทำได้อย่างที่คุยหรือไม่
นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวภายหลังการประชุมส.ส.และกรรมการบริหารพรรค ว่า วันที่ 30 เม.ย. เวลา 10.00 น. พรรคจะเปิดนโยบายหาเสียงโดยใช้ 3 ท. คือ “ทุน ที่ ทาง” เพื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง ส่วนการเปิดตัวผู้สมัครของพรรค จะมีเป็นอย่างทางการภายหลังที่มีการประกาศยุบสภา อย่างไรก็ตาม พรรคสรุปที่จะไม่ส่งส.ส.ลงครบทุกเขต โดยจะส่งประมาณ 250 เขต ส่วนส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคกำลังสรุปรวบรวม โดยจะเปิดภายหลังการยุบสภาเช่นกัน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการวิเคราะห์ถึงสถานการณ์การเมือง ซึ่งผู้ใหญ่ในพรรคได้วิเคราะห์และเชื่อว่าจะมีการเลือกตั้งจะเกิดขึ้น ตามที่นายกฯได้ประกาศยุบสภา แม้มีสถานการณ์ปะทะกันที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาก็ตาม
นายศุภชัย กล่าวว่า ที่ประชุมพรรคโดยเฉพาะส.ส. ได้มีความเป็นห่วงเรื่องนโยบายปกป้องสถาบัน ซึ่งที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคเดียวที่แสดงจุดยืนต่อเรื่องนี้ และยังต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะออกกฎอย่างไร ทั้งนี้ ในวันที่ 2 พ.ค. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค จะไปประชุมร่วมกับกกต. แต่ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่น่าห่วง เพราะกกต.ต้องออกกฎภายใต้ระเบียบแต่ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ และยืนยันว่าการหาเสียงของพรรค แยกแยะเรื่องสถาบันออกจากนโยบายพรรค อย่างไรก็ตาม ในการปราศรัยหาเสียงคงไม่มีการหยิบยกขึ้นมา แต่เวลาหาเสียงอาจมีกาพูดถึงเพื่อชี้ให้เห็น เพราะที่ผ่านมา มีบางพรรคที่ใกล้ชิดกับกลุ่มคนที่มุ่งร้ายต่อสถาบัน
นายศุภชัย กล่าวว่า การส่งผู้สมัครเพียง 250 คน เขต ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการฮั้วกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเราไม่มีบุคลากรหรือความพร้อมที่มากพอ ดังนั้น เราจึงเอาบุคคลที่มีความเป็นได้หรือแข่งขันแล้วจะชนะ และจากการทำโพลของพรรคมั่นใจว่าชนะขาดลอยประมาณ 40 ที่นั่ง และก้ำกึ่งประมาณ 30 ที่นั่ง ส่วนการสนับสนุนงบประมาณให้กับผู้สมัคร พรรคก็จะทำตามที่กฎหมายกำหนดคือ 1.5 ล้านบาท
เมื่อถามว่า นโยบายที่ออกมาจะสู้พรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า นโยบายแต่ละพรรคออกมาไม่มีความแตกต่างชัดเจน เพราะฉะนั้น จะพบว่าพรรคการเมืองแต่ละพรรคเสนอมา อยู่บนพื้นฐานให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น การแก้ปัญหาเกษตรกร ดังนั้น การที่พ.ต.ท.ทักษิณ เสนอนโยบายมา ตนคิดว่าไม่อยากวิจารณ์นโยบายของพรรคเพื่อไทย แต่อยากให้ประชาชนมองลึกกว่านั้น ว่านโยบายที่เสนอสามารถนำไปบริหารประเทศ โดยพรรคนั้นได้หรือไม่
“นายเนวิน (ชิดชอบ แกนนำพรรค) คอยให้คำปรึกษาสำคัญทีเกี่ยวกับนโยบาย โดยได้นำประสบการณ์สมัยเป็นรัฐมนตรี มาต่อยอดในหลายเรื่องและถ้าเป็นรัฐบาลก็จะนำไปสู่ การทำนโยบายให้เกิดกับประชาชน”นายศุภชัยกล่าว







