
เขมรยิงไทยรอบสอง แผนสูงดึงประเทศที่ 3
การเมืองรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หนีไม่พ้นเหตุปะทะระหว่างไทยกัมพูชา ที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้งเมื่อวันศุกร์ที่ 22 เม.ย.
การเมืองรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หนีไม่พ้นเหตุปะทะระหว่างไทยกัมพูชา ที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้งเมื่อวันศุกร์ที่ 22 เม.ย.
หลังจากได้ยุติไปเมื่อสองเดือนก่อนที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายกัมพูชาเปิดศึกใช้อาวุธสงครามยิงเข้าทหารไทยจนสองฝ่ายตอบโต้กันที่บริเวณปราสาทตาควายและปราสาทตาเมือนธม ต.บักได และ ต.ตาเมียง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ทำให้ฝ่ายไทยและกัมพูชาเสียชีวิตจำนวนหนึ่ง ขณะที่บ้านเรือนของประชาชนเสียหายหลายหลังคาเรือน และต้องอพยพประชาชนหลายหมื่นคนออกจากพื้นที่ ขณะที่แม่ทัพภาคที่ 2 มีคำสั่งให้ปิดด่านพรมแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์
วันแรกของการปะทะ ทหารไทยเสียชีวิต 4 นาย บาดเจ็บ 13 นาย ส่วนการปะทะวันที่สองเมื่อวันเสาร์ที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา เกิดขึ้นในช่วงเช้าบริเวณจุดเดิม ทหารไทยเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 นาย รวมสองวันเสียชีวิต 5 นาย บาดเจ็บ 15 นาย
พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 บอกว่า กองทัพไม่ยอมเด็ดขาดที่จะให้กัมพูชามายึดแผ่นดินไทย เพียงแต่ไทยไม่ต้องการมีเรื่อง เพราะเราเป็นประเทศที่ใหญ่กว่า เหตุที่กัมพูชาปะทะก่อนเพราะต้องการดึงประเทศที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง
ขณะที่นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ได้ยื่นหนังสือประท้วงไปยังกัมพูชา พร้อมออกแถลงการณ์ชี้แจงต่อประชาคมโลก เรียกร้องไม่ให้กัมพูชาละเมิดอธิปไตยไทย
นอกจากนี้ นายกษิตยังทำหนังสือชี้แจงไปยังประเทศอาเซียนผ่านรัฐมนตรีอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียน โดยย้ำว่าเหตุการณ์ดังกล่าวทหารกัมพูชาบุกรุกเข้ามายังพื้นที่ปราสาทตาควายก่อน ทหารไทยได้เข้าห้ามและขอให้ออกจากพื้นที่ไป แต่กัมพูชาปฏิเสธและเป็นฝ่ายที่ยิงฝ่ายไทยก่อน
ขยับมาที่สถานการณ์การเมือง ปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทยยังเข้มข้นต่อเนื่อง ภายหลังจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานพรรคเพื่อไทย ทิ้งใบลาออกจากพรรค โดยคนใกล้ชิดระบุว่า พล.อ.ชวลิต ไม่พอใจบทบาทเสื้อแดงที่ขึ้นเวทีปราศรัยในวันที่ 10 เม.ย. พาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงการที่พรรคให้แกนนำเสื้อแดงลงสมัครรับเลือกตั้ง
การลาออกของ พล.อ.ชวลิต ทำให้ สส.ในกลุ่มนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ และกลุ่ม พล.อ.ชวลิต ประมาณ 40 คน รวมถึงนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรค เรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เลิกเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมในพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะการวิดีโอลิงก์ในการเปิดนโยบายวันที่ 23 เม.ย. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ว่าอาจสุ่มเสี่ยงผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ยังติดโทษแบนทางการเมืองอยู่ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการยุบพรรคอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่สนใจต่อแรงกดดันของ สส.กลุ่มนี้ ที่มีข่าวว่าจะย้ายออกไปตั้งพรรคใหม่ โดยได้วิดีโอลิงก์นานร่วม 2 ชั่วโมง เปิดนโยบายพรรคเพื่อไทยที่จะใช้หาเสียงเต็มชุด ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ อาทิ จะให้มีการนิรโทษกรรมหลังเหตุการณ์รัฐประหาร จะแก้ปัญหาความยากจนภายใน 4 ปี พร้อมยืนยันว่าถ้าเขาได้กลับประเทศและไม่จงรักภักดีก็ขอให้มาลงประชาทัณฑ์ได้
ความร้อนของกระแส “หมิ่นสถาบัน” ทำให้แกนนำเสื้อแดง นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกมาแถลงข่าวจะไม่ตอบโต้กับกองทัพหรือพูดพาดพิงสถาบันอีก แต่จะให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการฟ้องกลับทุกองค์กรที่มีการพาดพิงแกนนำ ขณะที่พรรคเพื่อไทยได้ออกแถลงการณ์ว่าไม่เกี่ยวข้องกับการปราศรัยที่หมิ่นเหม่สถาบันของแกนนำเสื้อแดง นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังเรียกร้องให้แกนนำเสื้อแดงและทุกฝ่ายยุติการดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องทางการเมือง
ผลกระเทือนจากการปราศรัยที่หมิ่นเหม่ครั้งนี้ ทำให้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยื่นคำร้องต่ออัยการเพื่อพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลให้ถอนประกันตัว 9 แกนนำ นปช. อาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นายวีระกานต์ (วีระ) มุสิกพงศ์ อัยการระบุว่าจะยื่นต่อศาลให้ถอนประกันแกนนำบางคน เนื่องจากทำผิดเงื่อนไขศาลที่ห้ามไม่ให้กระทำการอันเป็นการยั่วยุ ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน
อีกด้าน ดีเอสไอยังอ้างกรณีนายทหารพระธรรมนูญ กองทัพบก เข้าร้องทุกข์กับ สน.สำราญราษฎร์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งเรื่องต่อมายังดีเอสไอให้ออกหมายเรียกแกนนำ นปช. จำนวน 18 คน กรณีกล่าวปราศรัยล่วงละเมิดสถาบันให้มารับทราบข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 116
ขณะที่กองทัพได้ส่งเสียงคำรามดังสนั่นไปยังแกนนำเสื้อแดง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ยืนยันอีกครั้งว่า ทหารทุกคนสามารถแสดงความเห็นในการปกป้องสถาบันได้ และที่ผ่านมาได้ให้โอกาสกับคนที่ดูหมิ่นสถาบันมามากพอควรแล้ว ดังนั้นอย่าบีบบังคับทหารให้ต้องออกมาถือปืน
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ทหารรักษาพระองค์ได้ออกมาตบเท้าแสดงพลังสนับสนุน ผบ.ทบ. โดย พล.ต.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผบ.พล.1 รอ. กล่าวระหว่างเป็นประธานตรวจความพร้อมรบของหน่วยกำลังหลัก กองทัพภาคที่ 1 ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ว่า พล.1 รอ. ยืนเคียงข้าง ผบ.ทบ.ในการปกป้องสถาบัน พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งโดยไม่ลังเล เช่นเดียวกับกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ที่ออกมาแสดงจุดยืนหน้ากองบัญชาการ พล.ร2.รอ. ค่ายพรหมโยธี อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี
วันเดียวกัน สถานีโทรทัศน์ที่รับสัญญาณผ่านดาวเทียมได้เกิดปัญหาขึ้นในช่วงเย็น เนื่องจากระบบดาวเทียมไทยคมขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถรับชมได้เป็นเวลาหลายชั่วโมง สร้างความแตกตื่นไปทั่วประเทศว่าจะมีการยึดอำนาจเกิดขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องตรวจสอบกระแสข่าวก่อนเปิดเผยว่าเป็นเพราะดาวเทียมไทยคม 5 ขัดข้อง ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการปฏิวัติ
ในส่วนของรัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีสำนักราชเลขาธิการทำหนังสือแจ้งนายกฯ ว่าพรรคการเมืองหนึ่งนำพระบรมฉายาลักษณ์ไปแจกจ่ายโดยไม่ได้รับพระบรมราชานุญาต เป็นเหตุให้กรรมการการเลือกตั้งเตรียมออกประกาศห้ามพรรคการเมืองหาเสียงโดยอ้างอิงสถาบัน ซึ่งนายชัยนำหนังสือจากกองงานส่วนพระองค์ สำนักพระราชวัง พระราชวังดุสิต กทม. ลงวันที่ 1 เม.ย. 2554 เรื่องอนุญาตให้จัดพิมพ์พระบรมฉายาลักษณ์จำนวน 1 ล้านภาพ เพื่อยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยได้ขออนุญาตถูกต้อง
สำหรับการเตรียมความพร้อมของพรรคการเมืองในช่วงใกล้ยุบสภา พรรคชาติไทยพัฒนาได้เปิดตัวสมาชิกพรรคกลุ่มใหม่ คือ นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตเลขาธิการพรรครวมชาติพัฒนา พร้อมด้วย 4 สส. ประกอบด้วย นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร นายไกร ดาบธรรม สส.เชียงใหม่ นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา และนางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ สอง สส.สุรินทร์
ทั้งนี้ นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา แสดงความมั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้ สส. 30-40 คน แต่การจะไปร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองใด จะต้องรอดูสถานการณ์หลังการเลือกตั้ง ซึ่งได้เคยให้สัญญากับพรรคภูมิใจไทยไว้แล้วว่าหากจะเข้าร่วมรัฐบาลใดจะต้องไปด้วยกันทั้งสองพรรค
ปิดท้ายที่การคัดเลือกประธานวุฒิสภาคนใหม่แทนนายประสพสุข บุญเดช ผลปรากฏว่า ที่ประชุมได้ลงมติเลือก พล.อ.ธีรเดช มีเพียร สว.สรรหา เป็นประธานวุฒิสภาด้วยคะแนน 91 เสียง ส่วนนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภาได้ 52 เสียง







