
จี้รัฐบาลขึ้นก๊าซ
ปตท.ร่อนหนังสือถึงกระทรวงพลังงาน ขอขึ้นราคาแอลพีจีและเอ็นจีวี หวั่นแบกภาระ ขายต่ำกว่าทุนอาจโดนผู้ถือหุ้นฟ้อง
ปตท.ร่อนหนังสือถึงกระทรวงพลังงาน ขอขึ้นราคาแอลพีจีและเอ็นจีวี หวั่นแบกภาระ ขายต่ำกว่าทุนอาจโดนผู้ถือหุ้นฟ้อง
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ภายในเดือน พ.ค.นี้จะทำหนังสือถึงกระทรวงพลังงาน เพื่อแจ้งให้ทราบถึงภาระที่บริษัทต้องอุดหนุนราคาก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวี พร้อมทั้งจะขอปรับราคาขายขึ้น หลังหลายปีที่ผ่านมา ปตท.ต้องแบกภาระดังกล่าวไปแล้วเป็นแสนล้านบาท โดยปีนี้ ปตท.คาดจะมีภาระอุดหนุนเอ็นจีวีประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และแอลพีจี 3 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากปีที่แล้ว 7,000 ล้านบาท และ 2 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ
ปีนี้ผลการแบกภาระยังเป็นระดับที่ ปตท.รับได้ แต่ปีถัดๆ ไปเมื่อปริมาณการใช้เพิ่มขึ้น โดยไม่มีการปรับราคา ขณะที่ต้นทุนก๊าซเพิ่มสูงตามราคาน้ำมัน อาจสร้างภาระเพิ่มและกระทบ ปตท.ได้ ดังนั้นทางคณะกรรมการ บริษัท ปตท. จึงหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อหาทางออก
นายประเสริฐ กล่าวว่า ต้นทุนเอ็นจีวีขณะนี้อยู่ที่ 14.50 บาทต่อกิโลกรัม แต่ต้องขายราคา 8.50 บาท ถือเป็นราคาขายที่ต่ำกว่าทุนมาก หากเป็นไปเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ก็ควรเป็นมาตรการชั่วคราว ไม่ใช่มาตรการถาวร เพราะ ปตท.มีผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นที่มาจากหลากหลายกลุ่ม ซึ่งไม่ได้อยากให้ ปตท.ขายต่ำกว่าทุน และตามกฎหมายได้เปิดช่องให้ผู้ถือหุ้นสามารถฟ้องร้องบริษัทและฟ้องผู้บริหารได้ ว่าไม่ดูแลจัดการบริษัทให้ดี หรือสร้างความเสียหายให้กับบริษัท
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์การใช้เชื้อเพลิงเดือนมี.ค. ว่า นโยบายตรึงดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท ทำให้ยอดใช้ดีเซลเพิ่ม 4% เทียบเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นวันละ 55.6 ล้านลิตร จากปกติดีเซลเพิ่มเฉลี่ยแค่ 2% เช่นเดียวกับก๊าซแอลพีจีที่ตรึงราคาเดือน มี.ค. ยอดใช้เพิ่ม 4% จากเดือน ก.พ. โดยปัจจัยหลักมาจากการใช้ภาคปิโตรเคมี 1.93 แสนตัน/เดือน เพิ่มขึ้น 10%
ขณะเบนซินที่รัฐบาลปล่อยลอยตัวราคา เดือน มี.ค. ยอดใช้ลดลงจากเดือน ก.พ. 7% เหลือ 19.8 ล้านลิตรต่อวัน เนื่องจากเบนซินขึ้นถึงลิตรละ 3 บาท







