posttoday
ขับเคลื่อนดัชนีวัดความก้าวหน้าประเทศ

ขับเคลื่อนดัชนีวัดความก้าวหน้าประเทศ

05 กุมภาพันธ์ 2553

...อภิรักษ์  โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ก่อนที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก ทั้งรัฐบาลไทยและต่างประเทศทั่วโลก รวมถึงองค์กรธุรกิจได้วิเคราะห์ร่วมกัน พบว่า การใช้ตัวดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจ หรือ GDP ที่ใช้ชี้วัดการขับเคลื่อนในการพัฒนาประเทศ น่าจะมีการทบทวนว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะหากย้อนเวลากลับไปเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าการที่แต่ละประเทศเร่งการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้มีการเติบโตทางธุรกิจและเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งคนไทยมีโอกาสได้เห็นอย่างน้อย 2 ครั้ง

ทั้งนี้ มีหลายองค์กรและหน่วยงาน เช่น ธนาคารโลก สหประชาชาติ รวมถึง ศาสตราจารย์ Joseph Stiglitz นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ได้ให้ความสนใจในการหยิบยกประเด็นการศึกษาดัชนีทางเลือกในการหาแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเกิดความสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจขององค์กรธุรกิจ กับการลดผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่ทุกคนให้ความสำคัญว่าเป็นปัญหาระดับโลก โดยเฉพาะการประชุมระดับโลกในเวทีการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก แม้จะไม่มีบทสรุป แต่เชื่ออย่างหนึ่งว่าทุกประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

ทิศทางความเจริญก้าวหน้าของประเทศ ไม่ได้มองแค่มิติเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องมองถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญมากกว่านั้นคือ ปัญหาสังคม พัฒนาคุณภาพชีวิตให้ประชาชนให้เกิดความสมดุล เช่น การส่งเสริมเรื่องการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน การดูแลสุขภาพ สวัสดิการสังคมต่างๆ ทั้งในวัยทำงานและผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือแม้แต่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่ประกอบด้วยสังคมเมืองและชนบท จึงเป็นความท้าทายของรัฐบาลในการสร้างแนวนโยบายที่มีความชัดเจนที่จะผลักดันประเทศให้ยั่งยืนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ

ขณะเดียวกันเป้าหมายสำคัญสูงสุดคือ การพัฒนาคนไทยให้มีความสุขด้วยการนำสังคมไทยกลับคืนสู่สังคมร่มเย็นเป็นสุข ดังนั้นทางรัฐบาลได้มอบหมายให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ส่งเสริมสุขภาวะที่ยั่งยืนของคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นทางสังคมและสุขภาพ โดยขณะนี้ได้มีการศึกษาการพัฒนาดัชนีชี้วัดความก้าวหน้าที่แท้จริงของประเทศ หรือ NPI (National Progress Index)

ในการพัฒนาประเทศ หากวัดการพัฒนาในภาคหรือมิติต่างๆ จะช่วยสร้างสมดุลในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งเชื่อได้ว่าจะเป็นเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาว และที่ผ่านมาได้มีการศึกษาพบเห็นปรากฏการณ์ต่างๆ เกิดขึ้น เช่น ในประเทศอังกฤษ แม้ว่าจะมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ GDP มากกว่า 300% แต่จากผลการศึกษาความพึงพอใจกลับไม่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด โดยเฉพาะในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา

แต่สิ่งสำคัญไปกว่าการหาดัชนีทางเลือกใหม่ที่จะนำมาประกอบใช้พร้อมๆ กับดัชนีชี้วัดความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ GDP คือ การทำอย่างไรให้เกิดกระบวนการการมีส่วนร่วมที่ทุกฝ่ายสามารถแสดงความคิดเห็นและร่วมทำงาน ทั้งจากภาคประชาสังคม องค์กรภาคธุรกิจ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น หรือแม้แต่เครือข่ายสถาบันการศึกษา

เป้าหมายอันดับแรก คือ กระบวนการส่งเสริมให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีโอกาสมาแสดงความคิดเห็นต้องการพัฒนาไปในทิศทางใด อยากเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไร และเราจะทำอย่างไรที่จะทำให้คนไทยทุกคนมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยลูกหลานมีโอกาสได้รับการศึกษาที่มีมาตรฐานและทั่วถึง คนในวัยทำงานมีโอกาสได้มีทางเลือกและโอกาสในการประกอบอาชีพ ขณะที่ทางรัฐบาลเองต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในการส่งเสริมภาคเกษตรกรรมในการสร้างมูลค่าเพิ่มและการเพิ่มผลผลิต การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคบริการ และการท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยมีจุดแข็ง

แต่สิ่งสำคัญในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องมีการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมซึ่งจะช่วยให้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น หรือเคยสะสมอยู่ในประเทศไทย เช่น กรณีมาบตาพุด เป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นการเติบโตทางด้านการลงทุน ทางด้านเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรม ที่ส่งผลกระทบในวงกว้างไม่เฉพาะชุมชนอยู่บริเวณรอบๆ แต่ผลกระทบความเชื่อมั่นต่อประชาคมโลก

นี่คือทิศทางของการขับเคลื่อนประเทศและความสำคัญของดัชนีชี้วัดความก้าวหน้าที่แท้จริงของประเทศ (NPI)

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว