
ตะลึง!!!ยาแก้ไขหวัดต้นทางผลิตยาไอซ์
แทบไม่น่าเชื่อว่ายาแก้ไข้หวัดคัดจมูกที่ขายกันอยู่ทั่วไป และหาซื้อได้ง่ายในร้านขายยาทั่วประเทศ
แทบไม่น่าเชื่อว่ายาแก้ไข้หวัดคัดจมูกที่ขายกันอยู่ทั่วไป และหาซื้อได้ง่ายในร้านขายยาทั่วประเทศ
กำลังเป็นที่หมายปองของแก๊งค้ายาเสพติด พร้อมที่จะกวาดซื้อยาในตระกูล “ซูโดเอฟิดรีน” (Pseudoephedrine) ไปเป็นสารตั้งต้นในการผลิต “ยาไอซ์” ยาเสพติดราคาแพง ของเล่นของนักท่องราตรีคนมีเงิน
ก่อนหน้านี้ตำรวจแทบจะไม่มีข้อมูลเลยว่ายาในตระกูลซูโดเอฟิดรีนเป็นหนึ่งในสารตั้งต้นที่นำไปผลิตเป็นยาไอซ์ได้ แต่การจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดเมื่อบ่ายวันที่ 4 เม.ย. ของตำรวจสายตรวจ 191 ก็ทำให้พวกเขาและตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้คำตอบอย่างชัดเจนว่า ยาในตระกูลนี้กำลังเป็นที่ต้องการของเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่ทำหน้าที่เป็นมันสมองของขบวนการผลิตยาไอซ์ โดยมีฐานการผลิตอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน
การจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดรายนี้ของ พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผู้กำกับการสายตรวจ กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (ผกก.สายตรวจ บก.สปพ.) จึงถือได้ว่าเป็นการเปิดเผยฐานข้อมูลใหม่ของขบวนการผลิตและค้ายาเสพติด
การเจอกับสูตรลับครั้งนี้ พ.ต.อ.วิวัฒน์ บอกว่า เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน เพราะก่อนการสืบสวนจับกุมมีเพียงแค่ “สายลับ” คาบข่าวมาบอกว่าจะมีการซื้อขายยาไอซ์จำนวนมากที่ย่านรามคำแหง
เบื้องหลังคดีนี้พอ พ.ต.อ.วิวัฒน์ ทราบเรื่องจึงเซตทีมขึ้นมาทันที จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.ชูตระกูล ยศมาดี รอง ผกก.สายตรวจ 191 นำกำลังนอกเครื่องแบบไปดักซุ่มโป่งในซอยรามคำแหงซอย 185 เขตมีนบุรี ตามที่สายลับแจ้งมา กระทั่งพบชายต้องสงสัยเดินออกจากรถที่จอดติดเครื่องอยู่ ก้าวเข้าไปในรถอีกคันหนึ่งอย่างมีพิรุธ
แค่ไม่กี่อึดใจต่อมา รถยนต์อีกคันหนึ่งก็วิ่งเข้ามาเทียบกับรถคันแรกที่ไม่มีใครนั่งอยู่ในนั้น ก่อนจะเปิดประตูรถ และหยิบสิ่งของบางอย่างออกมา พ.ต.อ.วิวัฒน์ กับ พ.ต.ท.ชูตระกูล จึงบุกเข้าชาร์จที่เป้าหมายรถยนต์ทั้ง 3 คันทันที ได้ผู้ต้องหา 3 คน คือ นายธงศักดิ์ กุนพุดดม อายุ 51 ปี นายชนกันต์ หรือกัน เกษมโภคิน อายุ 44 ปี และนายธนบดี หรืออาร์ม ศรีชัย อายุ 36 ปี หมดอิสรภาพอย่างง่ายดายกว่าที่คิด พร้อมด้วยของกลางยาไอซ์มากถึง 1 กิโลกรัม
ก่อนจะนำตัวนายธงศักดิ์ หัวโจกใหญ่ชาวหนองคายที่ขับรถมาคันแรกไปตรวจค้นที่ห้องพักเลขที่ 320 ธรากรอพาร์ตเมนต์ รามคำแหงซอย 170 มีนบุรี เนื่องจากเชื่อว่าอาจจะมียาไอซ์ซุกซ่อนอยู่อีก
แต่การไปยังอพาร์ตเมนต์แห่งนี้กลับทำให้พวกเขาเกิดปริศนาชิ้นใหญ่ เพราะสิ่งที่เขาพบกลับไม่ใช่ยาไอซ์ แต่เป็นขวดยา และกล่องยาเปล่าหลากยี่ห้อหลายสิบกระสอบ ทั้งหมดเป็นยาแก้หวัดบรรเทาอาการคัดจมูก เช่น ยี่ห้อซูลิดีน บรอมเฟต โพลิเฟด โพลิโคลด์ นาโซเรสต์ สูโดฟรีน และแอคติเฟด เป็นต้น
ตำรวจรู้ดีว่าไม่ใช่เรื่องปกติที่ใครบางคนจะซุกยาแก้หวัดไว้มากมายขนาดนี้ แม้ว่าของกลางที่เจอนั้นจะเป็นแผง และขวดยาเปล่า การสอบเค้นจึงเริ่มเปิดฉากขึ้น ท่ามกลางคำปฏิเสธของหัวโจกและลูกสมุนว่าไม่รู้เรื่องกับยาแก้หวัดที่พบทั้งหมดในห้อง
แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินไปที่ พ.ต.อ.วิวัฒน์ จะปะติดปะต่อเรื่องราวจากหลักฐานที่ยึดได้ เขาตรวจดูจนพบว่ายาแก้ไข้หวัดหลากหลายยี่ห้อที่พบทั้งหมดนั้นมีส่วนผสมตรงกัน นั่นคือ Triprolidine 2.5 mg. และ Pseudoephedrine 60 mg. จึงประสานกับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ทันที พบว่าเกี่ยวพันกัน
การเค้นความจริงจากปากนายธงศักดิ์จึงไม่ใช่เรื่องยาก และในที่สุดก็รับสารภาพเต็มปากเต็มคำว่ายาที่ได้มาทั้งหมดเรียกเป็นภาษาปากในวงการยาเสพติดว่า “สองจุดห้าหก” ซึ่งเป็นปริมาณยาขั้นต่ำที่จะสามารถนำไปเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาไอซ์ได้
และก่อนที่ตำรวจจะเข้าจับกุมได้ส่งยาแก้ไข้หวัดจำนวนมากที่แกะออกเป็นเม็ดแล้วบรรจุขวดเพื่อง่ายต่อการขนส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้ขบวนการยาเสพติดที่นั่นแปรรูปเป็นยาไอซ์ ก่อนที่จะส่งกลับมาขายต่อในเมืองไทย และยังไม่ได้นำเศษแผงและขวดยาที่อยู่ในห้องไปทิ้งทำลาย
“สาเหตุที่นำยาแก้ไข้หวัดไปเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาไอซ์ เพราะว่าก่อนหน้านี้ตำรวจทั่วโลก รวมทั้งบ้านเราได้เร่งปราบปรามสารผลิตยาไอซ์ และยาบ้าอย่างหนัก ทำให้การขนส่งฝิ่นดิบบริสุทธิ์สารหลักนั้นขาดตลาด แก๊งผลิตยาจึงต้องคิดค้นวิธีการใหม่ และในที่สุดก็มาพบว่ายาประเภทนี้ออกฤทธิ์ทำให้เกิดอาการเคลิ้ม เพราะไปกดประสาทส่วนกลาง สามารถใช้ยาแก้หวัดมาทดแทนเป็นหัวเชื้อได้ และมีคุณภาพดีทีเดียว” พ.ต.อ.วิวัฒน์ บอก
อย่างไรก็ตาม การสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสามคนทำให้รู้ว่าทุกวันนี้มีเครือข่ายยาเสพติดอยู่ไม่ต่ำกว่า 1,000 คน พวกนี้มีหน้าที่ตระเวนซื้อยาแก้หวัดประเภทนี้จากร้านขายยาต่างๆ ทั่วประเทศ ก่อนที่จะส่งขายให้กับเอเยนต์ในกรุงเทพฯ
เอเยนต์ก็จะส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านโดยคนที่ไปตระเวนซื้อนั้นจะได้กำไร 5 บาทต่อแผง โดยเอเยนต์จะส่งยาแก้หวัดไปยังสถานที่ผลิตครั้งละ 3-4 ล้านเม็ด ผลิตหรือสกัดให้เป็นยาไอซ์ 1 กิโลกรัม จะใช้ยาแก้หวัดครั้งละ 4 หมื่นเม็ด โดยจะต้องผสมกับแอลกอฮอล์ และสารเคมีอื่นด้วย







