
"ยิ่งลักษณ์"แม่ทัพคนสุดท้าย
นาทีนี้ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”น้องสาว“ทักษิณ” มาแรงสุด เนื่องจากขณะนี้ “ทักษิณ” มีทางเลือกไม่มากที่จะดึงคนนอกที่จีบไว้มาเป็นนายกรัฐมนตรี
นาทีนี้ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”น้องสาว“ทักษิณ” มาแรงสุด เนื่องจากขณะนี้ “ทักษิณ” มีทางเลือกไม่มากที่จะดึงคนนอกที่จีบไว้มาเป็นนายกรัฐมนตรี
โดย...ทีมข่าวการเมือง
การเมืองนาทีนี้จะพลิกออกไปทางอื่นยากมาก นอกจากต้องเข้าสู่การเลือกตั้งเท่านั้น และการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย ที่จะแข่งกันเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคขนาดกลางอย่างพรรคชาติไทยพัฒนา ที่มี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา และ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ แกนนำพรรครักษ์สันติ สอดแทรกเป็นตาอยู่ในการคว้าเก้าอี้นายกรัฐมนตรี
ยามนี้ทุกพรรคจึงต้องงัดสารพัดกลยุทธ์เพื่อให้ได้ สส.มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยที่ครั้งนี้จะเป็นการเดิมพันครั้งสุดท้ายในการชี้ชะตาการกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ทั้งนี้ หากพรรคประชาธิปัตย์ชนะ โอกาสที่ “ทักษิณ” จะได้กลับประเทศย่อมมืดมนทันที เพราะจะทำให้กระแส “ทักษิณ” ค่อยๆ เสื่อมลงไปตามกาลเวลา จนหมดโอกาสที่จะกลับมาผงาดได้อีก เนื่องจากเดือน พ.ค.ปีหน้า กลุ่ม 111 ก็จะพ้นโทษแบนกลับสู่การเมืองได้ ถึงตอนนั้นตัวเลือกในการเป็นผู้นำทางการเมืองเปิดกว้าง ทำให้ความสนใจในตัว “ทักษิณ” ของประชาชนและสื่อลดน้อยถอยลง
งานนี้ “ทักษิณ” รู้อยู่เต็มอก จึงบัญชาการการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างสุดกำลัง ตั้งเป้าให้ได้เสียงเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเพื่อตั้งรัฐบาลพรรคเดียว หวังตัดปัญหาการสกัดกั้น เพราะถ้าไม่ได้เสียงข้างมาก โอกาสในการตั้งรัฐบาลย่อมริบหรี่ แม้จะได้ สส.เป็นที่ 1 แต่ถึงตอนนั้นมีปัจจัยขัดขวางมากมาย รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลจะอ้างเงื่อนไขกระแสต่อต้านนายกรัฐมนตรีจากคนของพรรคเพื่อไทย ซึ่งอาจทำให้ตั้งรัฐบาลได้ยาก นอกจากต้องยอมเสียเก้าอี้นายกรัฐมนตรีให้ พล.ต.สนั่น หรือ ร.ต.อ.ปุระชัย แลกกับการสกัดไม่ให้ประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล
ภาระหนักของทักษิณจึงทวีคูณ ทั้งเรื่องของการคิดนโยบาย แคมเปญหาเสียง การคัดตัวผู้สมัคร สส.ทั้งระบบเขตและปาร์ตี้ลิสต์ รวมถึงการหาคนมาเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแข่งกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จากพรรคประชาธิปัตย์
พ.ต.ท.ทักษิณวางเกมสู้ครั้งนี้ละเอียดยิบ ตั้งแต่เรื่องการแยกตัวบุคคลที่จะเป็นหัวหน้าพรรค กับคนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีออกจากกัน เพื่อป้องกันการถูกยุบพรรคอันเนื่องจากกรณี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะพรรคพลังประชาชนถูกยุบ ดังนั้นหากคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีไม่เป็นหัวหน้าหรือกรรมการบริหารพรรค เป็นแค่ สส.ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ถึงแม้พรรคจะถูกยุบก็จะไม่หลุดจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี
ขณะเดียวกันยังลดแรงกระเพื่อมในพรรคเพื่อไทยได้โดยปริยายอีกต่อหนึ่ง เพราะเก้าอี้หัวหน้าพรรคที่ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รั้งอยู่นั้น ไม่เป็นที่หมายปองของใคร ทุกคนมุ่งไปที่ตำแหน่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่เวลานี้ยังรอ “ทักษิณ” เคาะ
ถึงนาทีนี้ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” น้องสาว “ทักษิณ” มาแรงสุด เนื่องจากขณะนี้ “ทักษิณ” มีทางเลือกไม่มากที่จะดึงคนนอกที่จีบไว้มาเป็นนายกรัฐมนตรี อาทิ วีรพงษ์ รามางกูร หรือ ดร.โกร่ง ยังแบ่งรับแบ่งสู้ ขณะที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีต รมว.คลัง บอกปัดไปแล้ว ทั้งหมดด้วยเหตุผลเกรงกระแสต่อต้านทักษิณ
ขณะที่คนในพรรคเวลานี้เหลือ “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” คนเดียวที่ยืนประกาศตัวขอเป็นแคนดิเดต แต่ “ทักษิณ” ประเมินว่า “มิ่งขวัญ” ยังไม่เด่นพอที่จะชูเป็นนายกรัฐมนตรีได้ เพราะขาดความกล้าเด็ดเดี่ยว ขนาดบินไปหาทักษิณยังบินอ้อมโลก
ฉะนั้น โอกาสของ “ยิ่งลักษณ์” สูงยิ่ง เหตุผลหลักคือ “ทักษิณ” ไว้ใจได้ทุกเรื่อง ซึ่งสอดรับกับที่ นพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาระบุว่า วันที่ 16 เม.ย. “ยิ่งลักษณ์” จะเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ประเทศรัสเซีย
อย่างไรก็ตาม ใช่ว่า “ทักษิณ” จะตัดสินใจให้ “ยิ่งลักษณ์” ลงชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีโดยง่าย เพราะมีเสียงท้วงติงจาก สส. โดยเฉพาะกลุ่ม “มิ่งขวัญ” ที่บอกถึงผลเสียในการชู “ยิ่งลักษณ์” คือ จะทำให้ฝ่ายไม่พอใจ “ทักษิณ” ผนึกกำลังต่อต้านหนักหน่วงขึ้น ยิ่งทำให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น และหาก “ยิ่งลักษณ์” เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ยากที่จะทำให้ “ทักษิณ” กลับบ้านได้
ทั้งหมดนี้เป็นเหตุให้ “ทักษิณ” รีรอประกาศชื่อ “ยิ่งลักษณ์” ทว่า “ทักษิณ” ไม่มีทางเลือกมากนัก เพราะไม่ว่าส่งใครขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็จะมีแรงต้านทั้งสิ้น ฉะนั้นต้องเลือกคนที่ไว้ใจได้ที่สุดก่อน วันข้างหน้าหากมีปัญหาอะไรค่อยว่ากันทีหลัง
ขณะที่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารบก ญาติผู้พี่ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาขานรับว่า คนในตระกูลชินวัตรก็อาจเป็นนายกรัฐมนตรีได้ หากมีมติที่เห็นตรงกัน “ยิ่งลักษณ์” ก็มีความเหมาะสม
เท่านั้นยังไม่พอ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ยังบอกอีกว่า ถ้าหากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง จะต้องมีการหารือถึงแนวทางการขอพระราชทานอภัยโทษ แต่ใครจะเป็นผู้ดำเนินการ คงต้องมีการหารือกันอีกครั้ง และมั่นใจว่าถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาประเทศจะสงบ และจะไม่มีการเรียกร้องเอาสมบัติคืน
ขณะเดียวกัน พล.อ.ชัยสิทธิ์ ประกาศจะนั่ง รมว.กลาโหม โดยยืนยันจะไม่มีการปลด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แต่หากใครมีพฤติกรรมไม่ปกติ จะต้องมีการพิจารณาปรับเปลี่ยน
อย่างไรก็ตาม สภาพภายในพรรคเพื่อไทยเวลานี้ยังไร้เอกภาพยิ่ง เพราะมีหลายกลุ่ม หลายก๊ก โดยเฉพาะกลุ่มเสื้อแดงที่เวลานี้ “ทักษิณ” ให้โควตาลง สส.ในระบบบัญชีรายชื่อ 15 คน อาทิ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จตุพร พรหมพันธุ์ ก่อแก้ว พิกุลทอง ยศวริศ ชูกล่อม (เจ๋ง ดอกจิก) วิเชียรขาวขำ
นี่ยังไม่นับรวมเพื่อนเตรียมทหาร 10 ที่แห่กันเข้าพรรคไปอีกหลายคน อาทิ พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต พล.อ.พรชัย กรานเลิศ พล.ท.จิรสิทธิ์ เกษะโกมล พล.ท.มนัส เปาริก พล.ท.พฤกษ์ สุวรรณทัต พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ และ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง ยิ่งทำให้ สส.เดิมในพรรคหวาดผวา
กว่าจะถึงวันสมัครคงป่วนกันอีกหลายยก และหลังเลือกตั้งคงจะได้รู้กันว่า “ทักษิณ” จะได้กลับประเทศ หรือเป็นเพียงแค่ความฝัน







