
จี้สปส.เปลี่ยนทีมเจรจาสปสช.
เอ็นจีโอจี้บอร์ด สปส. ถอด “พนัส ไทยล้วน” พ้นทีมเจรจาโอนผู้ประกันตนกับ สปสช.
เอ็นจีโอจี้บอร์ด สปส. ถอด “พนัส ไทยล้วน” พ้นทีมเจรจาโอนผู้ประกันตนกับ สปสช.
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง โฆษกชมรมพิทักษ์สิทธิผู้ประกันตน เปิดเผยว่า รู้สึกผิดหวังกับจุดยืนของนายพนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแห่งประเทศไทย ในฐานะกรรมการประกันสังคมฝ่ายลูกจ้าง ที่เห็นว่าสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ไม่ควรไปหารือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพราะเกรงว่า สปสช.จะดึงกองทุนอื่นๆ นอกเหนือจากเงินเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลไปบริหารจัดการทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่านายพนัสไม่เข้าใจความเดือดร้อนของลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตน
น.ส.สารี กล่าวว่า การที่บอร์ด สปส.มีมติแต่งตั้งตัวแทน 3 ฝ่าย เพื่อเจรจาตามมาตรา 10 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการดำเนินการตามกฎหมาย แต่หนึ่งในตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งคือนายพนัส ซึ่งอาจไม่ทราบข้อมูลว่าลูกจ้างกำลังเสียเปรียบในระบบสุขภาพอย่างไร ดังนั้นจึงไม่เหมาะสมที่จะให้เป็นตัวแทนไปเจรจากับ สปสช.
“ทางชมรมพิทักษ์สิทธิผู้ประกันตนขอเรียกร้องให้เปลี่ยนตัวผู้แทนฝ่ายลูกจ้างในการเจรจาครั้งนี้ โดยเสนอคนอื่นแทนนายพนัส ยืนยันว่าไม่มีอคติเป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด เพียงแต่เห็นว่านายพนัสอาจมีความกังวลในเรื่องการบริหารเงินในกองทุนเกินไป เช่น กรณีการขอเพิ่มสิทธิประโยชน์ผู้ป่วยไต ส่งผลให้ต้องใช้เวลาพิจารณานานถึง 2 ปี” น.ส.สารี กล่าว
น.ส.สารี กล่าวว่า หาก สปส.ไม่ดำเนินการตามกฎหมายในการงดเก็บเงินสมทบกรณีรักษาพยาบาลภายในเดือน เม.ย. ชมรมพิทักษ์สิทธิผู้ประกันตนจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองแน่นอน
ทั้งนี้ ที่ประชุมบอร์ด สปส.เมื่อวันที่ 12 เม.ย. มีการพิจารณาเรื่องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งหนังสือแจ้ง สปส. ว่าการเก็บเงินสมทบในส่วนของการรักษาพยาบาลเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 30 รวมทั้งหารือเพื่อกำหนดท่าทีการเจรจาโอนผู้ประกันตนตามมาตรา 10 กับ สปสช. โดยมีมติแต่งตั้งตัวแทน 3 คน ประกอบด้วย นายพนัส นายประสิทธิ์ จงอัศญากุล และตัวแทน สปส.อีก 1 คน ซึ่งจะประชุมเจรจากับ สปสช. ในวันที่ 18 เม.ย.







