
ต้องพิสูจน์ตัวเอง
ผลการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
ผลการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
สรรหา 73 คน ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศผลไปตามสัดส่วนประกอบด้วย ภาควิชาการ 14 คนภาครัฐ 14 คน ภาคเอกชน 15 คน ภาควิชาชีพ 15 คน ภาคอื่นๆ 15 คน ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่า เป็นการวางตัวเพื่อสืบทอดอำนาจ เพราะมีอดีตสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) อดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ตลอดเครือญาติของคนในรัฐบาลเช่น พล.ร.อ.ศิษฐวัชรวงษ์สุวรรณ น้องชายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ที่ได้รับคัดเลือกเข้ามา
ข้อสังเกตจากฝ่ายการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ฝ่ายค้านและนักวิชาการพูดตรงกันว่า สว.สรรหาชุดนี้ไม่มีความหลากหลายตามสาขาอาชีพต่างๆ ไร้คนเด่นดังมีความสามารถ ขาดตัวแทนเอ็นจีโอ
ปัญหาเหล่านี้ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากกระบวนการสรรหาที่กำหนดโดยรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งร่างในสมัย คมช. แบ่งวุฒิสภาให้เป็นลูกผสมจากสายเลือกตั้งและสายสรรหาซีกละครึ่ง คณะกรรมการสรรหาฯ ก็มาจากผู้นำองค์การอิสระ เช่น ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา 1 คน ตัวแทนจากศาลปกครองสูงสุด 1 คน มาประชุมคัดเลือกให้ได้ 73 คน โดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน
เมื่อมีเสียงไม่พอใจเกิดขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของ สว.สรรหาทั้ง 73 คน ที่ต้องพิสูจน์ผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ในช่วง 6 ปี ของวาระการดำรงตำแหน่งจากนี้ว่า จะปฏิบัติหน้าที่ สว. ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ทุกประการ ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ตรวจสอบการทุจริต สอดส่องการกระทำผิดกฎหมาย ประพฤติมิชอบ ของนักการเมือง โดยเฉพาะฝ่ายบริหารเพื่อเร่งกู้ภาพลักษณ์ที่คนไม่เชื่อมั่นว่า ได้เข้ามาจากอำนาจพิเศษเพียงเพื่อจัดการกับกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม
อย่างไรก็ตาม เสียงวิจารณ์ถึงระบบสรรหาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะให้คนกลุ่มเดียวมีอำนาจเด็ดขาดในการเลือกสรร ก็จำต้องคิดทบทวนว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมามีข้อเสนอหลากหลายว่า ควรให้ สว.มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน อย่างน้อยถือว่ามีความชอบธรรมแต่บางฝ่ายไม่เห็นด้วย เพราะระบบเลือกตั้งบ้านเรายังเต็มไปด้วยการซื้อสิทธิขายเสียง สว.ที่ได้รับเลือกเข้ามาจะหนีไม่พ้นเครือข่ายพรรคการเมือง หัวคะแนน สส. ที่สุดแล้วต้องนำมาคิดร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาที่มา สว. ให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย







