posttoday
รื้อภาษีสรรพสามิต เขย่าขวัญพ่อค้ายันประชาชน

รื้อภาษีสรรพสามิต เขย่าขวัญพ่อค้ายันประชาชน

14 เมษายน 2554

แม้ว่าการปรับโครงสร้างภาษีชุดใหญ่ไม่สามารถสรุปได้ในอายุรัฐบาลนี้

แม้ว่าการปรับโครงสร้างภาษีชุดใหญ่ไม่สามารถสรุปได้ในอายุรัฐบาลนี้

 
โดย...ทีมข่าวการเงิน

แม้ว่าการปรับโครงสร้างภาษีชุดใหญ่ไม่สามารถสรุปได้ในอายุรัฐบาลนี้ เนื่องจากติดล็อกอยู่ที่การปรับโครงสร้างของกรมสรรพากรที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจน

เพราะมีเงื่อนไขว่า หากจะต้องมีการลดภาษีนิติบุคคล และบุคคลธรรมดาลงมาจากอัตราปัจจุบัน จะต้องแลกกับการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 10%

ซึ่งจะสะเทือนซางคนทั้งประเทศไม่ว่ายากดีมีจน เพียงแต่คนที่มีรายได้น้อยจะได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นภาษีทางตรง

ซื้อของเมื่อใดโดนภาษีทันทีในอัตราที่เท่ากันไม่ว่าจะจนหรือมี

รื้อภาษีสรรพสามิต เขย่าขวัญพ่อค้ายันประชาชน

การปรับโครงสร้างภาษีในรัฐบาลนี้จึงยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการปรับโครงสร้างภาษีกรมสรรพสามิต กลับเดินหน้าสุดตัวแม้ว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะใกล้ถึงเวลายุบสภาเพื่อกำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ก็ตาม

ภาษีตัวใหญ่ที่กรมสรรพสามิตปักธงทำให้ได้ก่อนยุบสภาคือ การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ครั้งใหญ่

นอกจากนั้น ยังมีคิวปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่จากราคาหน้าโรงงาน หรือราคาสำแดงนำเข้า มาเป็นการเก็บภาษีต่อมวน

ทั้งสองเรื่องถือว่า อันตรายต่อผู้ประกอบการยันผู้บริโภค

ในส่วนของการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ ถือว่าเป็นการปรับภาษีที่สะเทือนผู้ประกอบการมากที่สุด

เพราะการปรับมีทั้งการปรับลดอัตราให้น้อยลงแล้วยังมีการนำมาตรการภาษีการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มาเป็นตัวจูงใจการพัฒนารถยนต์อีกด้วย

โดยเบื้องต้นกำหนดว่า รถยนต์ที่ปล่อย CO2 น้อยกว่า 150 กรัมต่อกิโลเมตร จะได้รับการลดภาษีสรรพสามิตลง 5%

ขณะเดียวกันหากปล่อยเกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร จะต้องเสียภาษีเพิ่มอีก 5%

ส่วนรถที่ปล่อยอยู่ระหว่าง 150 ไม่เกิน 200 กรัมต่อกิโลเมตร เสียภาษีในอัตราปกติที่กำหนดไว้

หากคิดแค่ตรงนี้ ตีความตามเนื้อผ้าได้ว่ารถยนต์ทุกค่ายทุกยี่ห้อก็กระอักกันหนักอยู่แล้ว

เพราะมาตรฐานปัจจุบันไม่มีรถยนต์รุ่นไหนผ่านเกณฑ์การปล่อย CO2 ต่ำกว่า 200 กรัมต่อกิโลเมตรเลย นั่นหมายความว่ารถทุกรุ่นต้องเสียภาษีเพิ่มอีก 5% แบบยกล็อต

ด้วยเหตุผลเช่นนี้ทำให้บรรดาผู้บริหารค่ายรถยนต์พากันนั่งไม่ติด

เพราะสะเทือนแผนการผลิตและแผนการขายอย่างหนัก

นอกจากนี้ ในโครงการสร้างภาษีรถยนต์ยังมีการปรับอัตราภาษีรถในแต่ละประเภทใหม่ โดยเฉพาะรถยนต์นั่งที่มีรถ E10 และ E20 รวมอยู่ด้วยจากเดิมที่มีอัตราภาษีหลายอัตรา ตามขนาดเครื่องยนต์ ตั้งแต่ 2550% นั่นก็จะทำการรวบเหลือภาษี 2 อัตรา คือ ดูแค่ขนาดของเครื่องยนต์ ไม่ต้องดูแรงม้าประกอบ

รถยนต์ที่ต่ำกว่า 3,000 ซีซี อัตราภาษี 30%

ขนาดเครื่องยนต์เกิน 3,000 ซีซี อัตราภาษี 50%

หลังจากนั้นก็จะมาคิดภาษีการปล่อย CO2

ขณะที่รถยนต์ตรวจการณ์ หรือ PPV ยังคงอัตราภาษีเดิมที่ 20% เช่นเดียวกับรถยนต์ประหยัดพลังงานทั้ง

รถยนต์ E85 อัตราภาษีลบ 3% จากอัตรารถยนต์นั่ง

รถยนต์ NGVOEM อัตราภาษี 20% และรถยนต์ไฮบริด อัตราภาษี 10% หลังจากนั้นก็มาคิดภาษีการปล่อย CO2 เช่นกัน

ส่วนรถยนต์กระบะที่อัตราภาษี 3% และรถดับเบิลแคป ที่อัตราภาษี 12% คาดว่าจะมีการเก็บภาษีปล่อย CO2 ในส่วนของรถกระบะจะมีภาษีการปล่อย CO2 ที่บวกลบ 2% ส่วนรถดับเบิลแคปจะมีภาษีการปล่อย CO2 อยู่ที่บวกลบ 3%

การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ครั้งนี้ทำให้ผู้ประกอบการสะท้าน ผู้บริโภคสะเทือน เพราะหากมีการใช้โครงสร้างภาษีใหม่จริงและค่ายรถยนต์พัฒนาเทคโนโลยีไม่ทันก็ทำให้ต้นทุนรถยนต์เพิ่ม

เมื่อต้นทุนเพิ่มก็หนีไม่พ้นต้องปรับขึ้นราคาให้ผู้บริโภครับกรรมไปในที่สุด

ว่ากันแบบเลขคณิตคิดเร็วต้นทุนจะเพิ่มขึ้นอีกคันละ 5 หมื่นบาท จนถึง 1.5 แสนบาทต่อคัน

ดังนั้น ในห้วงเวลาที่ผ่านมาจะเห็นได้ชัดเจนว่าผู้ประกอบการทุกรายพยายามวิ่งล็อบบี้รัฐบาล รัฐมนตรีที่กำกับดูแล และผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจให้เลื่อนการปรับโครงสร้างภาษีออกไปก่อน

ซึ่งหากไม่ประสบความสำเร็จผู้ประกอบการก็พยายามต่อรองเวลาในการปรับตัวจากที่รัฐบาลกำหนด 3 ปี ออกไปให้ได้ยาวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

การตัดสินใจกระทำหรือไม่กระทำจึงอยู่ที่การเจรจาต่อรองในเรื่องผลประโยชน์

สำหรับการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ กระทรวงการคลังพยายามกำหนดอัตราจัดเก็บภาษีบุหรี่ตามปริมาณ หรือตามสภาพเป็นบาทต่อมวน โดยคิดที่ 1.10 บาทต่อมวน คิดต่อซองตกซองละ 22 บาท เพื่อดัดหลังบุหรี่นำเข้าที่สำแดงราคานำเข้า C.I.F. ต่ำกว่าเป็นจริง

อย่างไรก็ตาม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่เห็นชอบแนวทางดังกล่าว

มีการคาดการณ์กันว่า เหตุผลที่ ครม.ไม่เห็นชอบเพราะผู้ค้าบุหรี่นอกรายใหญ่วิ่งล็อบบี้รัฐบาลอย่างหนัก เพราะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการนี้ แม้คนในรัฐบาลจะออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ก็ตามแต่กลิ่นและควันในการล็อบบี้ยังคลุ้งอยู่จนบัดป่านนี้

อย่างไรก็ตาม ครม.เห็นชอบในหลักการแก้ไข พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาสูบ พ.ศ. 2493 เพื่อให้การจัดเก็บภาษีบุหรี่ มีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น โดยแก้ไขวิธีคำนวณภาษีจากราคาหน้าโรงงาน และราคาแจ้งนำเข้า หรือราคาซีไอเอฟ รวมอากรขาเข้า มาเป็นการคำนวณภาษี จากราคาขายปลีกแทน

โดยในส่วนของอัตราภาษีได้กำหนดไว้เบื้องต้นที่ 60% ของราคาขายปลีก ส่งผลทำให้ราคาบุหรี่ปรับขึ้นเล็กน้อย

ทั้งนี้ทั้งนั้น การแก้กฎหมายก็คาดว่าไม่ทันรัฐบาลนี้ เพราะจะมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่

แต่คาดว่าหากรัฐบาลได้กลับมาบริหารประเทศใหม่อีกครั้งก็จะเดินหน้าการปรับภาษีบุหรี่ทั้งการเก็บจากราคาขายปลีกและเก็บภาษีต่อมวน

ถือว่าผู้ประกอบการซื้อเวลาได้อีกอึดใจหนึ่ง

การปักธงปรับโครงสร้างภาษีของกรมสรรพสามิต ทั้งในส่วนของภาษีรถยนต์และภาษีบุหรี่ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับผู้ประกอบการทั้งสองประเภทจนนั่งไม่ติด

ผู้ประกอบการพากันวิ่งกันวุ่นเพื่อชิงความได้เปรียบเสียเปรียบกันอีกหลายยกเลยทีเดียว m

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก