
รวบอิหร่านขนยาไอซ์ข้ามชาติ
รับสิ้นแค่รับจ้างส่งยาจากชายผิวดำ นำเข้าจากยูเออีเตรียมส่งต่อไปมาเลเซีย แต่ถูกตำรวจบช.ปส.รวบตัวได้ก่อน เผยซุกมากับโน๊ตบุกคอมพิวเตอร์
รับสิ้นแค่รับจ้างส่งยาจากชายผิวดำ นำเข้าจากยูเออีเตรียมส่งต่อไปมาเลเซีย แต่ถูกตำรวจบช.ปส.รวบตัวได้ก่อน เผยซุกมากับโน๊ตบุกคอมพิวเตอร์
ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.อติเทพ ปัญจมานนท์ ผบช.ปส. แถลงข่าวจับกุม นายเมห์ดี้ นิคซัด อายุ 27 ปี ชาวอิหร่าน พร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนักรวม 6.8 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 21 ล้านบาท คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค จำนวน 2 เครื่อง เครื่องนวดไฟฟ้า จำนวน 3 เครื่อง พัดลมไฟฟ้าสำหรับโน๊ตบุ๊ค จำนวน 2 ตัว หม้อแปลงไฟฟ้า จำนวน 1 เครื่อง กระป๋องสเปรย์ จำนวน 4 กระป๋อง กระเป๋าเดินทางแบบลาก จำนวน 1 ใบ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง เงินสดจำนวน 500 ดอลลาร์ และนาฬิกาข้อมืออีก 1 เรือน
พล.ต.ท.อติเทพ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ บช.ปส. รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีชายชาวอิหร่านลักลอบขนยาเสพติดจากเมืองอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต ขึ้นเครื่องบินสายการบินอิติฮัติ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ อี วาย 402 ผ่านเข้ามาในประเทศไทย เพื่อนำไปส่งที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย จึงนำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์ที่สนามบินสุวรรณภูมิ
ต่อมาเมื่อวันที่ 9 เม.ย.เวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ก็พบผู้ต้องหาเดินลากกระเป๋าเดินทาง ซึ่งลักษณะตรงตามที่สายลับแจ้ง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอเข้าตรวจค้นก็พบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ อย่างละ 1-2 ถุง รวมทั้งสิ้น 13 ถุง จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนควบคุมตัวมาสอบปากคำ
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนยาเสพติดให้กับพวกชาวผิวดำ เพื่อไปส่งให้ลูกค้าที่ประเทศมาเลเซีย โดยเมื่อเดินทางไปถึงก็ให้เปลี่ยนซิมการ์ดโทรศัพท์ที่ให้มาด้วย แล้วโทรติดต่อผู้ว่าจ้างอีกครั้ง ก่อนจะนำยาไอซ์ไปส่งแล้วค่อยไปรับค่าจ้าง
พล.ต.ท.อดิเทพ กล่าวอีกว่า ครั้งนี้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดได้เปลี่ยนวิธีลำเลียงยาเสพติดมาในรูปแบบใหม่ โดยใช้วิธีซุกซ่อนยาไว้ในเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค เครื่องนวด หม้อแปลงไฟฟ้า ก่อนจะนำใส่กระเป๋าเดินทางแล้วโหลดกระเป๋าเข้าใต้เครื่องบินโดยไม่ผ่านเครื่องเอกซเรย์ ซึ่งหากผ่านเครื่องเอกซเรย์ไปแล้ว ก็อาจจะตรวจไม่เจอก็เป็นได้ เบื้องต้นได้แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าโดยผิดกฎหมายและนำเข้าเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







