
ร้องป.ลูกชายจุฬาราชมนตรีตุ๋นพิมพ์อัลกุรอาน
เจ้าของโรงพิมพ์ยะลาบุกกองปราบร้องลูกชายจุฬาราชมนตรีหลอกทำคัมภีร์อัลกุรอาน300ล้านนายสารวี มูก๊ะเจ๊ะลี เจ้าของโรงพิมพ์ในจ.ยะลา เข้าแจ้งความต่อตำรวจกองปราบปราม ว่า นายดีเรก สุมาลยศักดิ์ บุตรชายของจุฬาราชมนตรีได้นำหนังสือมอบอำนาจจากบิดาให้ว่าจ้างให้จัดพิมพ์ คำภีร์อัลกุรอาน แปลเป็น 3 ภาษาคือ ภาษาอาหรับ,ภาษามลายู,และภาษาไทย จำนวน 150,000 เล่ม เป็นเงินจำนวน 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่ สำนักจุฬาราชมนตรี ร่วมกับรัฐบาล จัดทำขึ้น และตนเองได้วางเงินมัดจำค่าปรับการผิดสัญญากับโรงพิมพ์แล้ว 5 ล้านบาท เป็นเงินสด 3 ล้านบาท และเป็นเช็ค 2 ล้านบาท และจากจำนวนหนังสือที่พิมพ์มีจำนวนมากจึงต้องว่าจ้างโรงพิมพ์อื่นด้วย ซึ่งขณะนี้วงเงินที่ต้องสูญเสียไปทั้งสิ้น 27 ล้านบาทนายสารวี กล่าวอีกว่า เมื่อเข้าไปเพื่อขอคำนำ มาใส่ในหนังสือที่จัดพิมพ์รอบแรกที่มีกำหนดส่ง วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จำนวน 10,000 เล่ม จึงได้พิจารณาว่าคำนำไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือเพียงพอ จึงไปติดต่อทาง สำนักจุฬาราชมนตรี จึงทราบว่าโครงการนี้ไม่มีอยู่จริง และสำนักจุฬาราชมนตรีจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อสิ่งที่ นาย ดีเรก สุมาลยศักดิ์ ไปดำเนินการ ทั้งนี้ นายสารวี จะเดินทางไปร้องทุ
เจ้าของโรงพิมพ์ยะลาบุกกองปราบร้องลูกชายจุฬาราชมนตรีหลอกทำคัมภีร์อัลกุรอาน300ล้าน
นายสารวี มูก๊ะเจ๊ะลี เจ้าของโรงพิมพ์ในจ.ยะลา เข้าแจ้งความต่อตำรวจกองปราบปราม ว่า นายดีเรก สุมาลยศักดิ์ บุตรชายของจุฬาราชมนตรีได้นำหนังสือมอบอำนาจจากบิดาให้ว่าจ้างให้จัดพิมพ์ คำภีร์อัลกุรอาน แปลเป็น 3 ภาษาคือ ภาษาอาหรับ,ภาษามลายู,และภาษาไทย จำนวน 150,000 เล่ม เป็นเงินจำนวน 300 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่ สำนักจุฬาราชมนตรี ร่วมกับรัฐบาล จัดทำขึ้น และตนเองได้วางเงินมัดจำค่าปรับการผิดสัญญากับโรงพิมพ์แล้ว 5 ล้านบาท เป็นเงินสด 3 ล้านบาท และเป็นเช็ค 2 ล้านบาท และจากจำนวนหนังสือที่พิมพ์มีจำนวนมากจึงต้องว่าจ้างโรงพิมพ์อื่นด้วย ซึ่งขณะนี้วงเงินที่ต้องสูญเสียไปทั้งสิ้น 27 ล้านบาท
นายสารวี กล่าวอีกว่า เมื่อเข้าไปเพื่อขอคำนำ มาใส่ในหนังสือที่จัดพิมพ์รอบแรกที่มีกำหนดส่ง วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จำนวน 10,000 เล่ม จึงได้พิจารณาว่าคำนำไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือเพียงพอ จึงไปติดต่อทาง สำนักจุฬาราชมนตรี จึงทราบว่าโครงการนี้ไม่มีอยู่จริง และสำนักจุฬาราชมนตรีจะไม่รับผิดชอบใดๆ ต่อสิ่งที่ นาย ดีเรก สุมาลยศักดิ์ ไปดำเนินการ ทั้งนี้ นายสารวี จะเดินทางไปร้องทุกต่อสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ผลักดันโครงการดังกล่าวนี้เพราะเห็นว่าดีและมีประโยชน์.







