posttoday
หาเสียงกับแรงงาน

หาเสียงกับแรงงาน

08 เมษายน 2554

ยิ่งนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งมากเท่าไหร่

ยิ่งนับถอยหลังสู่การเลือกตั้งมากเท่าไหร่

คนสำคัญของแต่ละพรรคก็ค่อยๆ แย้มนโยบายของพรรคออกมาเรื่อยๆ ทั้งพรรคฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เพื่อหวังโกยคะแนนเสียงจากประชาชนให้มากที่สุด

รัฐบาลเองนายกรัฐมนตรีก็ขยันที่จะพูดถึงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งก็คือนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขึ้นค่าแรง ราคาสินค้า และอีกหลายเรื่อง ที่มีทั้งที่อยู่ในอำนาจของนายกรัฐมนตรีพิจารณา และไม่ได้อยู่ในการดูแลของนายกรัฐมนตรี

หากจำกันได้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เคยกล่าวว่า การที่สินค้ามีราคาแพงก็เพราะสื่อมักจะประโคมข่าวการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำล่วงหน้า ทำให้พ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายขึ้นราคาสินค้าไปรอไว้ก่อนล่วงหน้า

แต่ขณะนี้ราคาสินค้าก็พุ่งขึ้นอย่างไม่หยุดเพราะต้นทุนผลักดัน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคและบริโภค แถมสินค้าบางชนิดถูกกักตุนจนสินค้าขาดตลาด และนายกฯ ก็พูดเรื่องการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำที่คิดเอาไว้ว่าจะเพิ่มจากเดิม 25% ภายในระยะเวลา 2 ปี จากที่ได้ปรับขึ้นไปแล้ว 8-17 บาท หรือเฉลี่ย 6.35% และเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา และขึ้นเงินเดือนข้าราชการอีก 5%

การประกาศขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำของนายกฯ และพรรคการเมืองต่างๆ ทำให้ผู้ประกอบการต่างพากันส่ายหน้า เพราะเรื่องการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำนั้น เป็นเรื่องของคณะกรรมการไตรภาคี ซึ่งมีตัวแทนจากนายจ้าง ลูกจ้าง และคนกลางอย่างกระทรวงแรงงานร่วมเป็นกรรมการพิจารณาว่า ความเหมาะสมของค่าจ้างอยู่ที่ไหน เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อต้นทุนเอกชนจนทำให้ต้นทุนสูงมากจนต้องหันไปใช้เครื่องจักรแทนที่จะจ้างแรงงาน และมีผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้วย

การพูดไปก่อน โดยไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล มีผลทำให้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นไม่ยอมหยุด ซึ่งข้อเท็จจริงส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนผลักดัน และการพูดล่วงหน้าเรื่องค่าจ้าง นายกฯ เองก็เคยกล่าวว่ามีผลต่อจิตวิทยาผู้บริโภค ทำให้ราคาสินค้าปรับขึ้นไปก่อนล่วงหน้า และสุดท้ายค่าจ้างที่ขึ้นมาผู้ใช้แรงงานไม่ได้อะไร เพราะโดนเงินเฟ้อดูดไปหมด

การที่จะหาคะแนนนิยมจากประชาชนกลุ่มรากหญ้านั้น รัฐบาลทำได้หลายวิธี ทางเอกชนก็บอกว่าหากลดภาษีเงินได้นิติบุคคล การลดขั้นตอนพิธีการทางราชการจะช่วยได้ และไม่มีผลกระทบต่อการผลิตและส่งออกสินค้าไทยมากเท่าการขึ้นค่าจ้างมากเกินไป

การขึ้นค่าจ้างแรงงานนั้น ต้องขึ้นให้ทันเงินเฟ้อแต่สมควรที่จะขึ้นหากเงินเฟ้อสูงมากจนประชาชนหาได้ไม่พอใช้ ไม่มีเงินออม แต่ก็ควรจะขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่มาประกาศว่าจะขึ้นพรวดเดียว หากผู้ประกอบการซึ่งเป็นผู้จ้างงานก็จะปรับตัวไม่ทัน ลดชั่วโมงทำงาน ลดจำนวนพนักงาน เพื่อให้ต้นทุนคงที่ขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบกรณีแรงงานถูกเลิกจ้าง

ฉะนั้น เลิกเอาเรื่องขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมาหาเสียงเสียที เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69