
สื่อนอกพูด
ญี่ปุ่นต้องทบทวน
ญี่ปุ่นต้องทบทวน
หนังสือพิมพ์โยมิอุริ ชิมบุน ของญี่ปุ่น วิพากษ์วิจารณ์ความดื้อรั้นของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ยังเดินหน้าจะลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 25%จากระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อปี 1990 ให้ได้ภายในปี 2020 ทั้งที่ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิชิที่ ได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา
สื่อชื่อดังชี้ว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอน รัฐบาลควรทบทวนนโยบายดังกล่าวใหม่อีกครั้ง เพราะที่ผ่านมาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ถือเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าการใช้ทรัพยากรธรรมชาติชนิดอื่นๆ ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ญี่ปุ่นสามารถบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้
ดั่งจะเห็นได้จากแผนพลังงานของญี่ปุ่นที่ตั้งเป้าจะเพิ่มกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์เพิ่มเป็น 85% ภายในปี 2020 จากที่ผลิตได้ราว 65% ในปี 2009 นอกจากนี้ยังมีแผนจะก่อสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์เพิ่มอีก 9 แห่งด้วย
แต่ทว่า วิกฤตนิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญนี้กำลังเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ญี่ปุ่นไปไม่ถึงฝัน เนื่องจากภายหลังเกิดปัญหากับโรงไฟฟ้าที่บริษัท โตเกียว อิเล็กทริก เพาเวอร์ (เทปโค) ดำเนินการอยู่ ญี่ปุ่นต้องหันมาพึ่งพาพลังงานความร้อนใต้พิภพ ซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่สูงกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และแหล่งพลังงานอื่นๆ แทน
อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้สื่อชื่อดังเห็นว่า ญี่ปุ่นควรเร่งทบทวนและยกเลิกเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 25% เนื่องจากผลพวงจากวิกฤตโรงไฟฟ้าอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อข้อตกลงใหม่เกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงในการประชุมอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 17 ซึ่งจะจัดขึ้นในปลายปีนี้ เพราะหากญี่ปุ่นยังคงยึดมั่นตามเป้าหมายดังกล่าว สุดท้ายแล้วญี่ปุ่นอาจได้รับบทลงโทษตามข้อบังคับอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง







