
โลกออนไลน์จอมปลอมฉวย เฟซบุ๊ก ทำชั่ว
โลกออนไลน์จอมปลอมฉวย เฟซบุ๊ก ทำชั่ว
โลกออนไลน์จอมปลอมฉวย เฟซบุ๊ก ทำชั่ว
เทคโนโลยีเป็นนวัตกรรมที่มาเร็วไปเร็ว มีการพัฒนาเครื่องมือสื่อสารเพื่อให้เราสะดวกในการติดต่อกันไม่เว้นแต่ละวัน อะไรที่เคยใช้อย่างกว้างขวางเมื่อครั้งในอดีตอย่าง “เพจเจอร์” ปัจจุบันได้หายสาบสูญไปเรียบร้อย
หากแต่หลายสิบปีที่แล้ว ไม่ค่อยพบว่าปัญหาสังคมเกิดขึ้นมาจากการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารเป็นเครื่องมือ
ไม่เหมือนยุคไซเบอร์ในวันนี้ที่ “เฟซบุ๊ก” ถูกใช้เป็นช่องทางในการระบาย ในการหลอกลวง เนื่องจากผู้ใช้บางรายก็มีวุฒิภาวะที่ต่างกันไป เรื่องอย่างนี้บางคนเห็นเป็นสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งถ้าไม่ไปทำให้ใครเดือดร้อนก็คงไม่เป็นไร
เรื่องเล่นๆ โพสต์ขำๆ กันเองในกลุ่มเพื่อนจะมาเดือดร้อนอารั้ยฟร่ะ...
นักฟุตบอลทีมชาติ โพสต์เกรียนๆ กับเพื่อนเรื่องเกณฑ์ทหารว่าจ่าย 3 หมื่นให้กองทัพบก เพื่อหนีทหาร...โห ใจว่ะ สุดๆ โคตรเท่อ่ะ
แล้วไง ในที่สุดก็ต้องออกมาขอโทษขอโพย ยอมรับว่ารู้สึกเครียดมากเมื่อตกเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง พอได้รับการติดต่อจาก ทบ. ก็รีบทันที นี่ไงละโพสต์ขำๆ แต่ใครเสียหาย หากคิดว่าเฟซบุ๊กเป็นพื้นที่ส่วนตัวก็ต้องถือว่ากรณีนี้เป็นตัวอย่างให้ “คิด” ก่อนจะ “ทำ”
แรงกว่านี้ก็ต้อง “นาตาลี เดวิส” ดาราสาวสุดเซ็กซี่เปรี้ยวจี๊ด เป็นข่าวว่าถูกโรคจิตโพสต์ขออึ๊บในเฟซบุ๊ก
“เวลาเล่นในบีบีมันจะมีข้อความส่งมาเวลาคนโพสต์ข้อความมันก็จะเข้ามาในบีบี วันนั้นก็จะเป็นเมสเซจคนนี้ คืออันแรกให้เบอร์โทรศัพท์ตัวเองมาแล้วบอกว่าถ้าเหงาผมช่วยคุณได้นะครับถ้าอยากสนุก เราก็ส่งกลับไปว่าขอโทษนะป่วยหรือเปล่า เขาก็บอกว่าไม่ได้ป่วยนะครับ ผมเอาจริงๆ นะครับ แล้วบอกว่าให้โทร.ไปหาเขาเลย”
น้องนาตาลีเลยลองไปดูโปรไฟล์ของชายโรคจิตนี้ เธออธิบายให้เห็นภาพว่า “น่ากลัวมาก เป็นผู้ชายถ่ายรูปตัวเองแบบถอดเสื้อ แล้วหน้าน่ากลัวมาก เห็นรูปแล้วตกใจ หน้าหื่นมาก”
ก็เข้าใจน้องนาตาลีได้ว่า เมื่อเป็นคนสาธารณะ เป็นนักร้อง นักแสดง เมื่อจะมีเฟซบุ๊กก็ต้องเปิดให้ทุกคนมาโพสต์ มาคอมเม้นต์รูป หรือเปิดให้แฟนคลับเข้ามาเป็นเพื่อนมากๆ แต่อย่าลืมว่าข้อเสียมันมีมากกว่าข้อดี เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้มิจฉาชีพ โรคจิตต่างๆ เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวโดยที่ไม่สามารถป้องกันได้
เอ๊ะ ก็แค่ในเฟซบุ๊กเอง ไม่เห็นเสียหายไรนี่นา ไม่แคร์อ่ะ...จำกรณี hi5 กับแคมฟรอกหรือ QQ ได้ไหม มีคนตกเป็นเหยื่อถูกหลอกไปข่มขืนมากแค่ไหน เด็กสาวบางคนวันนี้มีลูกกับผู้ชายที่ไม่เคยเห็นหน้าและไม่ได้เห็นหน้าอีกเลยด้วยซ้ำ และไม่ต้องห่วงเลยว่ากรณีนี้จะไม่เกิด
หลังจากที่เฟซบุ๊กได้รับความนิยม ปล่อยให้เด็กแว้น เด็กสก๊อยนั่งเล่น hi5 แคมฟรอก QQ มานาน ตอนนี้เด็กพวกนี้หันมาเล่นเฟซบุ๊กกันแล้ว ไม่เชื่อลองไปเปิดดูเล่นๆ ก็จะพบว่าเด็กผู้ชายถ่ายรูปขึ้นเฟซบุ๊กตัวเองต้องถอดเสื้อ โชว์รอยสัก คงคิดว่าเท่อ่ะ เป็นสัญญาณเตือนภัยว่าต่อจากนี้ไปสังคมต้องป้องกันการก่อเหตุใช้เฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือในลักษณะเดิมๆ กับที่เคยเกิดขึ้น
เพื่อนแปลกหน้าบางคนที่เรารับแอดมานั้น เราไม่สามารถรู้เลยว่าปูมหลังพื้นฐานการเลี้ยงดูมีประวัติเป็นอย่างไร โจรหรือเปล่าก็ไม่รู้ เคยมีกรณีที่บ้านถูกขโมยยกเค้าเพราะเฟซบุ๊กมาเล่าให้ฟัง
เนื่องจากผู้เสียหายชอบโพสต์เป็นชีวิตจิตใจ คิดอะไร ทำอะไร อยู่ที่ไหน จะไปเที่ยวไหน เสพติดแบบขาดไม่ได้ โลกอยู่บนเฟซบุ๊กตลอดทั้งวัน
เมื่อถึงคราวต้องไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนๆ 23 วัน กลับบ้านมาปรากฏว่าโดนยกเค้าไปเกลี้ยง สาเหตุก็เพราะว่าเพื่อนในเฟซบุ๊กบางคนรับรู้ความเคลื่อนไหวของผู้เสียหายมาโดยตลอด บางครั้งทำทีมาถามว่าบ้านอยู่ไหน ค่อยๆ หลอกถาม ผู้เสียหายก็พาซื่อตอบไปหมด จนมิจฉาชีพรู้ไส้รู้พุง นี่ละข้อเสียของการไม่เลือกรับแอดเพื่อน
มีเพื่อนในเฟซบุ๊กเป็นร้อยเป็นพันคน โพสต์กันจริงๆ ไม่ถึงร้อยคน แต่ในชีวิตจริงมีเพื่อนไม่ถึง 10 คน นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับคนในสังคมนี้
ปัญหาบนเฟซบุ๊กขณะนี้คือ เพื่อนที่เรารับแอดมา เอาข้อมูลและรูปเราไปเปิดเฟซบุ๊กขึ้นมาใหม่ โดยอ้างว่าเป็นตัวเรา หลังจากนั้นก็จะเริ่มขอเป็นเพื่อนกับคนนั้นคนนี้ไปเรื่อยๆ ใครรับแอดไปก็จะถูกล่อลวงสารพัดรูปแบบ พบว่าเคยมีการถูกหลอกให้เสียเงินกันมาบ้างแล้ว
เฟซบุ๊กอาจเป็น Social Network ที่ทำให้ใครต่อใครมาเจอ มาคุยกัน ทำให้เพื่อนสมัยเด็กๆ ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ซึ่งถ้าใช้ให้เป็นประโยชน์มันก็จะดีต่อมิตรภาพ
ในขณะเดียวกันบางคนมีนิสัยโจรอาศัยเฟซบุ๊กล่อลวง โพสต์หื่นๆ เกรียนๆ คิดว่าสนุกเพราะเป็นเฟซบุ๊กส่วนตัวจะเขียนจะทำอะไรก็ได้ ก็ขอให้รู้ไว้ว่าหากมีการประพฤติที่เกินความพอดี หากมีแจ้งความขึ้นมาก็จะต้องถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และข้อหาหมิ่นประมาทได้ง่ายๆ
อย่าคิดว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล เพราะหากวันหนึ่งคุณตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ โจร หรือโรคจิตขึ้นมา ก็อย่ามาหาว่าหล่อไม่เตือน







