
ธนาคารโลกเชื่อเศรษฐกิจไทยรุ่ง
ธนาคารโลกเชื่อมือเศรษฐกิจไทยเติบโตได้ 3.7% จากที่เคยคาดว่าโตแค่ 3.2%
ธนาคารโลกเชื่อมือเศรษฐกิจไทยเติบโตได้ 3.7% จากที่เคยคาดว่าโตแค่ 3.2%
นายเฟรดเดริโก้ จิล แซนเดอร์ นักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารโลกประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ธนาคารโลกได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ประจำปี 2554 ขึ้นมาเป็น 3.7% จากมุมมองเดิมน่าจะเติบโตแค่ 3.2% เนื่องจากมีแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของการส่งออกที่คาดว่าจะเติบโตได้ 7% จากปีก่อน และผลจากรายได้สินค้าการเกษตรที่ปรับตัวสูงจากราคาที่แพงขึ้น ซึ่งจะเป็นตัวผลักดันการขยายตัวอุปโภคบริโภคในประเทศ โดยคาดว่าการเติบโตที่ 4.1%
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวเลขดังกล่าวได้รวมผลกระทบจากปัญหาการเมือง โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีนี้แล้ว
“การขยายตัวของเศรษฐกิจในระดับ 3.7% แม้จะต่ำกว่าการขยายตัวที่ 7.8% ในปีที่แล้ว แต่โตใกล้เคียงกับจีดีพีโดยเฉลี่ยของไทยที่ระดับ 5.5% ก่อนเหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจการเงินโลกจะเกิดขึ้น” แซนเดอร์ กล่าว
นักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลก ประเมินว่า ปัญหาอุทกภัยทางภาคใต้ของไทยนั้น จะมีผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น โดยเฉพาะการเกษตรกรรมและท่องเที่ยว เพราะตามสถิติแล้วปัจจัยทั้งสองตัวจะมีการฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วมาก เนื่องจากผู้ประกอบการไทยปรับตัวได้ดี
อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกมี ความกังวลต่อปัญหาการแก้ไขการเร่งของอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งถูกกดดันจากแรงขับเคลื่อนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะทำให้การใช้นโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย แก้ไขเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเร็วไปจะส่งผลให้เงินทุนไหลเข้ามามาก
นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังกังวลว่าไทยอาจเกิดปัญหาการขาดดุลงบประมาณการคลังจากนโยบายการอุดหนุนราคาน้ำมัน อาหาร นโยบายช่วยเหลือค่าครองชีพ รวมถึงนโยบายประชาภิวัตน์ เนื่องจากเป็นการหว่านการช่วยเหลือประชาชนในทุกชนชั้น ทำให้เกิดการใช้งบประมาณที่สูงมากเกินความจำเป็น.







