
เคมีปิโตรฯราคาพุ่ง20%
ผลิตไม่ทันหลังญี่ปุ่นเจอปัญหาคลังเชื่อส่งออกไทยขยายตัวแน่
ผลิตไม่ทันหลังญี่ปุ่นเจอปัญหาคลังเชื่อส่งออกไทยขยายตัวแน่
เคมีภัณฑ์ ปิโตรเคมีราคาพุ่งพรวด คลังแนะผู้ส่งออกไทยควรเกาะตลาดญี่ปุ่นอียูเอเชีย เชื่อยอดโตแน่
แหล่งข่าวจากสมาคมผู้ค้าเคมีภัณฑ์ เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจโลกและญี่ปุ่นจะมีปัญหา แต่ภาคอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ ปิโตรเคมี รวมถึงการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ อาหารสดแห้ง ผักผลไม้ และกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็ก อะลูมิเนียม พลาสติก สินค้าเครื่องจักรกล จะได้รับอานิสงส์ทางด้านการส่งออกและด้านราคาเมื่อมีการฟื้นฟูประเทศหลังจากนี้ไป เนื่องจากตลาดญี่ปุ่นมีความต้องการสูง โดยถึงขณะนี้ราคาสินค้าในกลุ่มเคมีภัณฑ์ รวมถึงปิโตรเคมีบางรายการราคาถีบตัวขึ้นไปแล้ว 10-20% เพราะญี่ปุ่นที่ผลิตสินค้าหลักมีปัญหาในการผลิต จนผู้ประกอบการไม่มีของจะส่ง
นายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า ยอดการส่งออกของไทยในปีนี้จะสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้แน่นอน หากผู้ส่งออกจับตลาดญี่ปุ่น สหรัฐ สหภาพยุโรป และตลาดเอเชียบางประเทศที่มีความต้องการของตลาดสูง
นายนริศ กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2554 ไทยสามารถส่งออกไปยังตลาดต่างๆ ได้ดีและมีการขยายตัวในระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นตลาดหลัก เช่น จีน ที่ขยายตัว 21.7% ญี่ปุ่น 34.1% สหรัฐอเมริกา 20.4% และสหภาพยุโรปที่ขยายตัว 21% ขณะที่การส่งออกไปยังตลาดภูมิภาคก็เติบโตดี โดยตลาดฮ่องกงขยายตัวได้ 83.3% ไต้หวัน 42.8% มาเลเซีย ขยายตัว 38.2% และเกาหลีใต้ ก็ขยายตัวดีถึง 23.8% จึงเป็นสัญญาณว่าการส่งออกของไทยในปีนี้มีแนวโน้มที่สดใส และอัตราการขยายตัวน่าจะสูงกว่าเป้าเดิม
“2 เดือนแรกของปี 2554 การส่งออกสินค้าของไทยขยายตัวสูงถึง 26.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า โดยหากหักทองคำที่ยังไม่ได้ขึ้นรูปแล้ว จะขยายตัวถึง 23.2% และแนวโน้มการส่งออกยังคงอยู่ในระดับดี เฉพาะเดือน ก.พ. มูลค่าส่งออกอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 18,868 ล้านเหรียญสหรัฐ” ผู้อำนวยการ สศค. กล่าว
นายนริศ ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจเอเชียยังเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ เครื่องชี้เศรษฐกิจของประเทศในเอเชียสะท้อนให้เห็นการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเกาหลีใต้ที่ประกาศอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจว่าขยายตัว 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน







