
ปลอดประสพเชื่อเลือกตั้งไม่ทำการเมืองพ้นวิกฤต
ปลอดประสพเชื่อการเลือกตั้งไม่สามารถพาการเมืองพ้นวิกฤตได้ เพราะสังคมยังไม่มีความเป็นธรรม ด้าน ชำนิ ย้ำกกต.ไม่ควรลาออกเพราะจะทำให้เกิดปัญหาหนัก
ปลอดประสพเชื่อการเลือกตั้งไม่สามารถพาการเมืองพ้นวิกฤตได้ เพราะสังคมยังไม่มีความเป็นธรรม ด้าน ชำนิ ย้ำกกต.ไม่ควรลาออกเพราะจะทำให้เกิดปัญหาหนัก
คณะนักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 2 จัดอภิปรายหัวข้อ"เลือกตั้งอย่างไร ให้เมืองไทยพ้นวิกฤติ" โดยมีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประจักษ์ แก้วกล้าหาญ ประธาน ส.ส.พรรคภูมิใจไทย นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองเลขาธิการ พรรคประชาธิปัตย์ และ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา และสว.สรรหา 73 คน ร่วมรับฟัง
นายชำนิ กล่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ควรลาออกในช่วงเวลาที่จัดให้มีการเลือกตั้ง เพราะการเมืองจะเกิดวิฤตหนัก เพราะว่าการเลือกตั้งแต่ละครั้งสามารถทำให้การเมืองพ้นวิกฤติไปได้ เช่นการเลือกตั้งเมื่อ ปี 2535 สมัย รสช. หลังการทำรัฐประหาร ซึ่งปัจจัยสำคัญ คือ ทุกฝ่ายต้องถือว่าการเลือกตั้งเป็นทางออกของการเมืองจึงจะประสบความสำเร็จ และทุกพรรคการเมืองต้องนำไปสู่การเลือกตั้ง รวมถึงเลขาธิการกกต.ต้องมีความเป็นมืออาชีพ โดยเฉพาะกระบวนการสรรหาและการจัดการเลือกตั้งต้องมีประสิทธิภาพ จึงจะประสบความสำเร็จ
"สิ่งสำคัญคือความร่วมมือของประชาชน องค์กรอิสระ และภาคอื่นๆ เนื่องจากการขัดขวางไม่ให้มีผู้กระทำผิดเลือกตั้ง กกต.ไม่สามารถทำเพียงฝ่ายเดียวได้ ทั้งนี้สถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ แบ่งเป็น 2 ขั่วมากกว่า 2 พรรคจึงทำให้การแข่งขันมความรุนแรง"นายชำนิกล่าว
ด้าน นายปลอดประสพ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะยังไม่สามารถพ้นวิกฤตไปได้ ตราบใดที่สังคมยังไม่มีความเป็นธรรม และยังไม่ได้รับการแก้ไขกฎหมาย ระเบียบ กติกา สังคมก็จะไม่เป็นประชาธิปไตย ทั้งนี้ยังเห็นว่าการเลือกครั้งหน้าที่จะมีขั้นก็จะยังเป็นรัฐบาลผสม ซึ่งประเทศชาติจะไปไม่รอดหากยังเป็นรัฐบาลผสมเช่นเดิม รวมถึงอะไรที่ไม่เป็นประชาธิปไตย สิ่งเหล่านั้นจะสำแดงมากขึ้น ทำให้บ้านเมืองไม่มีความสุข ซึ่งหากการเลือกตั้งไม่สามารถแก้ปัญหาได้ พลังนอกสภาจะมีความรุนแรงมากขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้
ขณะที่ นายสมศักดิ์ แสดงความเห็นว่า หลังการเลือกตั้งจะพ้นวิกฤตไปได้นั้นมี 2 รูปแบบ คือ ประชาชนฝากความหวังไว้ที่นักการเมือง และมองว่านักการเมืองเป็นจำเลย จึงเป็นอุปสรรคต่อนักการเมือง ซึ่งควรฝ่าฝันไปให้ได้ ทั้งนี้อยากให้ขึ้นเวทีปราศัยแล้วประกาศว่าจะทำอะไรให้กับประชาชนมากกว่าโจมตีฝ่ายตรงข้าม เพราะจะนำมาซึ่งความขัดแย้ง รวมถึงกฎหมาย ระเบียบ กติกา ต้องเป็นธรรม ต้อทำให้ทุกฝ่ายยอมรับ โดยเฉพาะเจ้าหน้ากกต.เป็นหัวใจสำคัญ ต้องทำให้ประชาชนมความศรัทธา นอกจากนี้ตัวประชาชน ต้องตระหนักในหน้าที่และสำนึกในภาระกิจของพลเมืองที่ดี แจ้งเบาะแสการกระทำผิดการเลือกตั้ง รวมถึงปฎิเสธการทำทุจริตเลือกตั้ง เท่านี้ก็จะผ่านพ้นวิกฤตไปได้







