
สมชัยชี้โนโหวตมากสะท้อนไม่เอานักการเมือง
“สมชัย ”ไม่หวั่นโหวตโน หากมีมากถือว่าประชาชนไม่เอานักการเมือง ไม่ใช่กกต.จัดการเลือกตั้งล้มเหลว แนะ รัฐธรรมนูญควรเปลี่ยนหลักคิดใหม่ ให้เปลี่ยนจากอำนาจเป็นของประชาชนมาเป็นประเทศชาติแทน ย้ำชัด ไม่จำเป็นออกกม.ลูกก็จัดการเลือกตั้งได้
“สมชัย ”ไม่หวั่นโหวตโน หากมีมากถือว่าประชาชนไม่เอานักการเมือง ไม่ใช่กกต.จัดการเลือกตั้งล้มเหลว แนะ รัฐธรรมนูญควรเปลี่ยนหลักคิดใหม่ ให้เปลี่ยนจากอำนาจเป็นของประชาชนมาเป็นประเทศชาติแทน ย้ำชัด ไม่จำเป็นออกกม.ลูกก็จัดการเลือกตั้งได้
นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้ง ด้านกิจการสืบสวนสอบสวน และวินิจฉัย กล่าวถึงกรณีที่มีบางกลุ่มรณรงค์ให้มีการโหวตช่วงเลือกตั้งจะทำให้การเลือกตั้งมีปัญหาหรือไม่ ว่า เรื่องการโหวตโน หรือโนโหวตไม่ป็นไร ถือเป็นการใช้สิทธิเลือกตั้งเหมือนกัน ถ้าไม่เห็นด้วยหรือไม่ถูกใจก็ไม่เป็นไร หรือแม้แต่เสียงโหวดโนมากกว่าพรรคการเมืองที่ได้คะแนนเสียงการเลือกตั้งก็ไม่มีปัญหา และถือว่าการเลือกตั้งไม่ไ้ด้ล้มเหลว แต่ต้องไปถามนัการเมืองและพรรคการเมืองว่าทำไมประชาชนไม่เลือก ไม่ใช่เป็นความล้มเหวลของกกต.ถ้ามาลงโหวตนมากๆก็ถือว่ากกต.ประสบความสำเร็จแล้วในการจัดการเลือกตั้ง เพราะกกต.มีหน้าที่ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด ส่วนที่มีกลุ่มคนระบุอีกว่าจะให้เว้นวรรคเพื่อปฏิรูปประเทศ 4 ปีโดยไม่ต้องมีเลือกตั้ง นั้น ตนเห็นว่าเรื่องนี้ใครๆก็พูดได้ เพราะประเทศไทยมีไม่รู้กี่ร้อยกลุ่ม บางคนก็คิดก่อนพูด บางคนพูดก็ไม่คิด
“ รัฐธรรมนูญของเราปัจจุบันนี้ให้อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ทำให้ทุกคนก็เรียกร้องว่าฉันมีสิทธิ์แล้วจะเรียกร้องอะไรก็ได้ ซึ่งหลักคิดนี้ผิด ถ้าผมเป็นคนร่างรัฐธรรมนูญก็จะเปลี่ยนวิธีคิด โดยกำหนดให้อธิปไตยเป็นของประเทศชาติ ประชาชนมีหน้าที่ปฏิบัติต่อประเทศชาติ ไม่ใช่มาเรียกร้องสิทธิโน้นสิทธินี้ เวลานี้ส.ส.เอาใจประชาชน เพราะประชาชนเป็นผู้มีอำนาจให้เขามา แต่ถ้าเปลี่ยนแนวคิดไปทำเพื่อประเทศชาติ ส.ส.ก็ต้องทำเพื่อประเทศชาติ”
นายสมชัย กล่าวว่า การเลือกตั้งคิดว่ามีแน่นอน ไม่มีปฏิวัติรัฐประหาร เพราะการเลือกตั้งคืนอำนาจให้กับประชาชน แต่หลังจากการเลือกตั้งมาแล้วจะได้มีการจัดตั้งรัฐบาลหรือเปล่าไม่รู้ ไม่การันตีว่ารัฐบาลจะได้มาจากการเลือกตั้ง แต่เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วก็ถือว่าการทำหน้าที่ของกกต.ก็จบลง จะมีรัฐบาลหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับกกต.
ส่วนจะเป็นห่วงหรือไม่ว่ากฎหมายลูกจะไม่ผ่านสภา จนทำให้กกต.ต้องออกประกาศกกต.เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง อยากให้ทุกคนอ่านรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่ิมเติมมาตรา 7 วรรค 2 ให้ดี ที่ให้กกต.ออกประกาศได้ ทำให้เห็นว่าคนเขียนมองการไกล ถือว่าเป็นความชาญฉลาดของคนเขียน เป็นเรีืองสุดยอด ถือเป็นมือชั้นครู และกฎหมายรัฐธรรมนูญถือว่าให้ที่สุด ขอถามว่าระหว่างรัฐธรรมนูญกับศาลรัฐธรรมนูญใครใหญ่กว่ากัน ซึ่งเห็นว่า รัฐธรรมนูญต้องใหญ่กว่าศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นกฎหมายที่กำหนดไว้ ไม่จำเป็นต้องส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ หรือเห็นชอบ เพราะรัฐธรรมนูญได้รับรองการที่กกต.จะออกประกาศกกต.ใช้แทนกฎหมายลูกได้ หากกฎหมายลูกไม่ผ่านสภา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว ไม่ต้องไปสกรีนอะไรอีก เพราะรัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้
ส่วนที่นางสดศรี ระบุว่าจะไม่งลงนามในประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้ง นั้น ตนก็เห็นว่า ไม่มีปัญหา 4 คนก็ไม่ได้ทำให้มติเสียไปสามารถใช้เป็นหลักเกณฑ์วิธีการเลือกตั้งได้







