
เร่งช่วยเหยื่อดินถล่มกระบี่
กระบี่ระดมเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยดินถล่มใน 3 ตำบลของ อ.เขาพนม จ.กระบี่ ทหารระบุพบดับแล้ว 7 ศพ บาดเจ็บ 39 สาหัส 7 ผู้ว่าฯสั่งเร่งอพยพประชาชนพ้นพื้นที่เสี่ยง
กระบี่ระดมเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยดินถล่มใน 3 ตำบลของ อ.เขาพนม จ.กระบี่ ทหารระบุพบดับแล้ว 7 ศพ บาดเจ็บ 39 สาหัส 7 ผู้ว่าฯสั่งเร่งอพยพประชาชนพ้นพื้นที่เสี่ยง
ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องหลายวันในพื้นที่ภาคใต้ได้ก่อให้เกิดเหตุน้ำจากเทือกเขาพนมเบญจา ในเขตอ.เขาพนม จ.กระบี่ ได้ไหลหลากและพัดพาดินโคลนเข้าถล่มหมู่บ้านประชาชนในพื้นที่ บ้านบางสร้าง และ บ้านห้วยน้ำแก้ว ม.6 และ 7 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จนพังเสียหายไปกว่าเกือบครึ่งร้อยหลังคาเรือนเมื่อช่วงค่ำวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่เส้นทางคมนาคมและกระแสไฟฟ้าถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง
ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 30 มี.ค. เจ้าหน้าที่หลายภาคส่วนใน จ.กระบี่ได้ระดมกำลังเข้าค้นหาผู้ประสบภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยพบศพผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ และได้นำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 39 ราย ส่งเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเขาพนม ขณะที่ยอดผู้สูญหายคาดว่าจะสูงถึง 100 คน เนื่องจากขณะเกิดเหตุเป็นเวลาช่วงค่ำที่ประชาชนต่างพักอาศัยอยู่ในบ้าน รวมทั้งน้ำป่าได้พัดลงมาอย่างรวดเร็ว
ทหารระบุพบเสียชีวิตเพิ่มเป็น 7 ราย
พ.อ.ทิม เรือนโต ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 จ.กระบี่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต จำนวน 7 ศพในพื้นที่หมู่ 7 ต.หน้าเขา โดยขณะเกิดเหตุมีทั้งดินโคลน และท่อนซุงขนาดใหญ่ไหลลงมากระแทกอย่างรุนแรง โดยมีชาวบ้านบางส่วนยังเฝ้าบ้านเรือนที่ไม่ได้รับความเสียหายมากนัก เนื่องจากเป็นห่วงบ้านเรือน และทรัพย์สิน
สำหรับปฏิบัติการช่วยเหลือในค่ำวันที่ 30 มีนาคม ต้องหยุดเอาไว้ก่อน เนื่องจากฝนยังตกไม่หยุด และมีดินโคลน และต้นไม้ขนาดใหญ่กีดขวางเส้นทางอยู่ โดยในเช้าวันที่ 31 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) จะเดินทางมาเยี่ยมผู้ประสบภัย แและสำรวจสภาพความเสียหายในพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือ
ส่วนแนวทางการช่วยเหลือเท่าที่คุยกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ และนาวิกโยธินจะมีการระดมรถแมคโครขนาดใหญ่เข้ามายกสิ่งกีดขวาง และเคลียร์เส้นทางที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ติดค้างอยู่
ระดมเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ-การสื่อสารถูกตัดขาด
นายภานุ แย้มศรี ผอ.ศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ขณะนี้ได้ระดมเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ทหาร เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ หมู่7 ต.หน้าเขา อ.เขาพนม จ.กระบี่ โดยล่าสุดพบผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 4 ราย รวมทั้งคาดว่ามีผู้ประสบภัยที่ยังสูญหายอีกกว่า 100 ราย
"เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ท่ามกลางฝนที่ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเกิดปัญหาการสื่อสารขัดข้อง"นายภานุกล่าว
ทั้งนี้เหตุดินถล่มดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องจนทำให้ฝายกั้นน้ำพังทลายลงมาจากเชิงเขาพนมเบญจา ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ 3 ตำบล คือ ต.หน้าเขา ต.โคกหาร และ ต.เขาดิน โดยในพื้นที่หมู่7 ต.หน้าเขาได้รับความเสียหายอย่างหนัก เนื่องจากเป็นจุดแรกที่น้ำจากเขาพนมเบญจาไหลลงมาทับบ้านเรือนจนทำให้บ้านจมหายไปกับสายน้ำจำนวนหลายหลัง
เผยนาทีชีวิตสายน้ำมหาศาลพัดบ้านหายในพริบตา
นายก้าน ลิ้มซี้ ชาวบ้าน ม.7 ต.หน้าเขา ผู้ประสบเหตุเล่าว่า เมื่อช่วงประมาณเวลา 10.00 น.ของวันที่ 29 มี.ค. ขณะที่ฝนกำลังตกหนัก ได้ยินเสียงดังครืนมาจากยอดเขาพนมเบญจา ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 100 เมตร จากนั้นน้ำจากยอดเขาได้ไหลทะลักลงมาอย่างรวดเร็ว เหมือนกับน้ำจากลำคลองในปริมาณมหาศาล ก่อนจะพัดเอาทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งบ้านเรือนประชาชนที่ขวางหน้าหายไปในพริบตา โดยตนและครอบครัววิ่งหนีออกมาได้ทัน พร้อมเพื่อนบ้านอีกจำนวนหนึ่ง
แบ่ง 2 ชุดค้นหา เร่งช่วยผู้รอดชีวิต
ด้าน นายสุพจน์ ชนะกิจ นายอำเภอเขาพนม จ.กระบี่ เปิดเผยว่า การเข้าช่วยเหลือได้แบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกเป็น 2 ส่วน คือ ชุดที่เข้าค้นหาผู้สูญหาย ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่อีกชุดจะเข้าช่วยเหลือชาวบ้านไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย เนื่องจากฝนยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดได้ตั้งศูนย์ให้ความช่วยเหลือไว้ที่วัดเทพพนม และศาลาเอนกประสงค์ประจำหมู่บ้าน
"เชื่อว่ายอดจำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเร็วมากทำให้ชาวบ้านไม่ทันตั้งตัว โดยเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 10 ต.หน้าเขาซึ่งเป็นจุดแรกที่ถูกน้ำซัด ซึ่งขณะนี้ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในส่วนของผู้ที่สูญหาย"นายสุพจน์ กล่าว
เร่งอพยพชาวบ้านพ้นพื้นที่เสี่ยง
ขณะที่ นายประสิทธิ โอสถานนท์ ผวจ.กระบี่ เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าช่วยเหลือและอพยพชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะที่ลาดเชิงเขาออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วนแล้ว แต่เนื่องจากระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร ประกอบกับน้ำไหลเชี่ยวมากทำให้รถและเรือท้องแบบเข้าไปในพื้นที่ด้วยความยากลำบาก
"ชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งอยู่ในจุดเกิดเหตุยืนยันว่าในช่วงเกิดเหตุทุกคนอยู่ในบ้าน แต่ทันทีที่กระแสน้ำซัดเข้ามาอย่างรุนแรงทุกคนต่างกระจัดกระจายและได้จมหายไปกับสายน้ำจนไม่ทราบชะตากรรม"นายประสิทธิกล่าว
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งเตือนให้ชาวบ้านอพยพออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย แต่เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นห่วงบ้านเรือนจึงไม่ออกมานอกพื้นที่ กระทั่งน้ำจากบนภูเขาซึ่งไหลทะลักมาพร้อมกับดินที่สไสด์ตัวเป็นระยะไหลลงสู่พื้นที่ลาดชันทำให้กระแสน้ำมีความแรงและเชี่ยวกรากจึงซัดเอาบ้านเรือนทั้งหลังและชาวบ้านจมหายไป
พบผู้บาดเจ็บ 39 คน สาหัส 7
นพ.สันติ ยูกนันท์ ผอ.โรงพยาบาลเขาพนม เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้บาดเจ็บถูกลำเลียงส่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้วทั้งสิ้น 39 ราย เป็นชาย 19 ราย หญิง 20 ราย ในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัส 7 ราย และมีผู้บาดเจ็บที่เป็นเด็ก 12 คน
ทั้งนี้ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่มีอาการกระดูกหัก และ ฟกช้ำ เนื่องจากถูกของแข็งกระแทก ซึ่งอาจจะเป็นไม้ หรือ สิ่งของต่างๆที่ถูกพัดมากับสายน้ำ โดยผู้บาดเจ็บสาหัส ทางโรงพยาบาลได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลกระบี่แล้ว







