posttoday
ปานปรีย์ ย้ำจุดยืนขอเว้นวรรคการเมือง

ปานปรีย์ ย้ำจุดยืนขอเว้นวรรคการเมือง

29 มีนาคม 2554

“ปานปรีย์” แจงแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี ผ่านเว็บไซด์ ย้ำจุดยืนเดิม ขอเว้นวรรคการเมือง ไม่กลับมาช่วงนี้ อ้าง 5เหคุผลหลัก เชื่อยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ไม่ใช่คำตอบสู่สมานฉันท์

“ปานปรีย์” แจงแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี ผ่านเว็บไซด์ ย้ำจุดยืนเดิม ขอเว้นวรรคการเมือง ไม่กลับมาช่วงนี้ อ้าง 5เหคุผลหลัก เชื่อยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ไม่ใช่คำตอบสู่สมานฉันท์

นายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ชี้แจงผ่านเว็บไซต์ www.parnpree.com  ถึงกรณีที่มีชื่อ ติดแคนดิเดท นายกรัฐมนตรี ว่า

“ข้อเท็จจริงคือ เวลานี้ผมไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดๆ ผมจึงไม่สามารถไปเป็นแคนดิเดทตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้อย่างแน่นอนครับ ก็ต้องขอขอบคุณสำหรับท่านที่ให้การสนับสนุน ที่ผ่านมา ถึงแม้ผมจะหยุดงานการเมืองมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ผมก็ยังติดตามเหตุการณ์บ้านเมืองอย่างใกล้ชิด ยังคงได้พบปะพูดคุยกับบุคคลสำคัญเกือบทุกพรรคการเมือง และผู้หลักผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อสถานการณ์บ้านเมืองด้วยความเป็นห่วงเท่านั้นครับ ยังไม่มีการตัดสินใจจะเข้าไปทำงานในพรรคการเมืองใดๆ ถึงขั้นลงสมัครรับเลือกตั้ง

ปานปรีย์ ย้ำจุดยืนขอเว้นวรรคการเมือง ปานปรีย์

“ผมยอมรับว่ามีผู้ใหญ่หลายท่านให้ความกรุณา ชักชวนผมให้กลับมาทำงานการเมืองอยู่บ้าง แต่ผมก็อธิบาย ด้วยเหตุผลหลักๆ ของผมว่า

1. ผมยังไม่เห็นแนวโน้มว่า การเมืองจะดีขึ้น ถึงแม้รัฐบาลไปยุบสภาไปแล้ว และมีการเลือกตั้งใหม่

2. พรรคการเมืองยังคงจับเป็นขั้ว เพื่อเตรียมกลับมาเป็นรัฐบาลอย่างเดียว

3. ผมไม่เห็นความชัดเจนของพรรคการเมืองใด ฝ่ายการเมืองใด ที่จะประกาศออกมาชัดเจนและเชื่อถือได้ ว่าจะสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองอย่างจริงจัง

4. ผมเห็นว่าการยุบสภา และการเลือกตั้ง ไม่ใช่คำตอบของการปรองดอง

5. เรื่องที่ประชาชนทั้งเหลืองและแดงเรียกร้องอยู่ ยังคาราคาซัง ไม่มีความตั้งใจจริงที่จะสร้างความเข้าใจ หาวิธีการที่ถูกต้อง เพื่อแก้ไขปัญหานี้”

นายปานปรีย์ ยังย้ำว่า ที่ว่ามานี้ คือส่วนหนึ่งของเหตุผลสำคัญ ที่ทำให้ผมต้องเว้นวรรคการเมืองตัวเอง จนถึงเวลานี้ ผมยังคิดเช่นเดิมว่า ยังไม่ใช่เวลาที่จะกลับมาทำงานการเมืองในสภาวะที่เป็นอยู่นี้  แต่ในส่วนของการทำงานเพื่อสังคม ผมยังยินดีช่วยทำประโยชน์ อย่างที่ทำงานอยู่กับมูลนิธิ รวมทั้งงานด้านวิชาการ ที่บรรยายพิเศษในมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งยังคงเสนอแนวความคิดทางด้านต่างๆ ต่อสถานการณ์ในประเทศและนอกประเทศ ผ่านบทความ ในเว็บไซต์ ที่ผมทำมาประมาณ 5 ปีแล้ว

ทั้งนี้ นายปานปรีย์ ยังระบุว่า สำหรับสถานการณ์บ้านเมืองและการเมือง ผมเชื่อว่า ความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ ต้องมาจากฝ่ายการเมืองก่อน เพราะการยุบสภา การเลือกตั้งใหม่ ไม่ใช่คำตอบของความสมานฉันท์ มีแต่จะทำให้ปัญหาการเมืองวนเวียนอยู่กับบรรยากาศความตึงเครียด แบบช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ประเทศไม่เดินไปไหน เห็นได้ชัด คือยังไม่ทันยุบสภาก็ถกเถียงกันแล้วว่า ใครได้เสียงมาก ได้เสียงน้อยกว่า ก็มีสิทธิ์ตั้งรัฐบาล แทนที่จะคุยกัน ให้ประชาชนสบายใจว่า หลังเลือกตั้งครั้งนี้ เริ่มนับหนึ่งสู่ความปรองดอง ถ้าเป็นอย่างนี้ไม่เห็นอนาคต แล้วไม่รู้ว่าผมจะเข้าไปช่วยอะไรได้ ก็ได้แต่ภาวนาต่อไป ขอให้บ้านเมืองของเรากลับมามีความสงบสุข คนไทยกลับมารักกันเหมือนเดิมครับ 

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน