posttoday
ผ่อนผันขายของบนทางเท้าแก้ปัญหาหรือเพิ่มปัญหา

ผ่อนผันขายของบนทางเท้าแก้ปัญหาหรือเพิ่มปัญหา

29 มีนาคม 2554

สะเทือนกันทั้งวงการค้าขาย โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าทางเท้าทั้งหลาย เมื่อ กทม. เตรียมเสนอให้ทางตำรวจนครบาล

สะเทือนกันทั้งวงการค้าขาย โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าทางเท้าทั้งหลาย เมื่อ กทม. เตรียมเสนอให้ทางตำรวจนครบาล

ขออนุโลมพื้นที่บางแห่ง ปรับปรุงเป็นเขตค้าขาย หวังให้เกิดการกระตุ้นทางการค้าว่างั้น ตามระเบียบโครงการประชาวิวัฒน์ของรัฐบาล รวมทั้งหมดในพื้นที่ขอผ่อนผันในเมืองหลวงถึง 275 จุด

ทำให้เกิดข้อสงสัย ปนกับคำถามที่ต้องการคำตอบออกมา โดยเฉพาะพื้นที่สาธารณะรอบเมืองหลวงที่หลายพื้นที่บนทางเท้าต่างถูกจับจองเป็นแหล่งทำกินโดยไม่ถูกต้อง ทำให้ทางเท้าซึ่งเป็นทางเดินของประชาชนต้องพลอยถูกนำมาใช้งานไม่ถูกวัตถุประสงค์ แม่ค้าพ่อค้านำสินค้ามาวางขายบนทางเท้า เบียดเบียนพื้นที่ฟุตปาทที่มีอยู่น้อยนิด ทำให้เดินทางกันลำบากทีเดียว ไม่เว้นแม้แต่ในตรอกซอกซอย

ผ่อนผันขายของบนทางเท้าแก้ปัญหาหรือเพิ่มปัญหา

พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้รับผิดชอบงานด้านจราจรทั้งหมดในเขต กทม. บอกว่า ภายหลังเรียกประชุมนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1-9 รับผิดชอบงานด้านการจราจรและระดับสารวัตรที่เกี่ยวข้องหารือ ที่ประชุมมีมติดำเนินการใน 3 แนวทาง คือ 1.จุดที่มีตำแหน่งตามเกณฑ์ของ กทม. สามารถอนุญาตเป็นจุดผ่อนผันได้ทันที 2.พื้นที่ไม่เหมาะสมตามเกณฑ์ของ กทม. ไม่สามารถอนุมัติได้ และ 3.เป็นพื้นที่ที่สามารถจัดระเบียบให้เข้าตามเกณฑ์ได้ โดยพื้นที่ที่ดูเป็นปัญหาในการอนุญาตมากที่สุด คือ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เขตพญาไท เนื่องจากทางเท้าแคบมาก ไม่สามารถอนุมัติได้

“แค่ประชาชนที่เดินเท้าตามปกติ บ้างรอรถเมล์ บ้างมาธุระต่างๆ เพียงเท่านี้ก็ยุ่งยากพอดูแล้ว จะให้มาอนุมัติเพิ่มเติมให้อีกคงเป็นไปไม่ได้ ไม่เช่นนั้นประชาชนจะลำบาก แต่ก็ทิ้งปัญหาไม่ได้ เพราะยังไงก็ต้องช่วยผ่อนผันที่ทำกินให้ประชาชนเช่นกัน ถือเป็นนโยบายในโครงการประชาวิวัฒน์ช่วยแก้ปัญหาการทำมาหากินของประชาชน”

ถึงกระนั้นแล้ว เมื่อบทสรุปที่ทาง กทม.ยื่นขอมาทั้งสิ้น 275 จุด ก็ยังได้รับการผ่อนผันอนุญาตให้ขายได้ถึง 147 จุดทีเดียว มากโขเอาการ ทำให้เกิดพ่อค้าแม่ค้าที่ลงทะเบียนไว้สามารถเข้ามาจับจองพื้นที่ได้ถึง 2,294 ราย โดยพื้นที่ทั้งหมดนี้สามารถค้าขายได้ตามเสรี ไม่ผิดกฎหมาย ที่สำคัญเป็นพื้นที่ที่พิจารณาแล้วว่า “ปลอด” อันธพาลผู้มีอิทธิพลมาขูดรีด

โดยทั้ง 147 จุดนี้ กลุ่มพ่อค้าแม่ขายจะได้เข้าพื้นที่ขายอย่างถูกต้องประมาณสิ้นเดือน มี.ค. โดยแผงค้าที่ได้รับอนุมัติถูกต้องจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมโดยใช้อัตราตามข้อบัญญัติเดิมของ กทม. คือ 1 ตารางเมตรแรก 300 บาท และเก็บอีก 300 บาท ทุกๆ 0.5 ตารางเมตรต่อวัน และทางตำรวจกำหนดระยะเวลาให้เป็นจุดผ่อนผันถึงวันที่ 30 ก.ย.นี้เท่านั้น ส่วนจุดผ่อนผันที่ตำรวจไม่เห็นด้วย กทม.จะต้องกลับไปปรับภูมิทัศน์ใหม่ และนำกลับมาเสนอให้ทางตำรวจพิจารณาอีกครั้งในเดือน ก.ย.นี้

จะว่าไปแล้วจะทำอย่างไรได้ ได้แต่สงสารตำรวจ ต้องมาปวดหัวกับการบริหารพื้นที่ร่วมกันกับทาง กทม. แต่นั่นก็ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือดูแล เพราะปากท้องของประชาชนก็เป็นเรื่องสำคัญ อีกทั้งการบริหารจัดการงานจราจรก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ไม่แพ้กัน แต่การมาแบ่งสันปันส่วนพื้นที่ค้าขาย ก็สร้างความหนักใจและปวดหัวให้กับตำรวจไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม มีเสียงสะท้อนมาจากนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่นายหนึ่ง ถึงปัญหาที่เรียกว่า “เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง” ว่า จริงๆ ตำรวจก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งในเรื่องการจัดการสักเท่าไหร่ เพราะเป็นเรื่องของ กทม.ที่ต้องจัดการกันเอง แต่กฎหมายระบุว่าต้องได้รับการเห็นชอบจากตำรวจด้วย ทำให้ต้องเข้าไปจัดการให้ อีกอย่างปัญหาของการขายของบนพื้นที่ทางเท้า หรือทางจราจร ก็ล้วนแต่สร้างปัญหา

ที่สำคัญกลายเป็นรายได้อย่างงามให้กับเจ้าหน้าที่ หรือแม้แต่กระทั่งกับเหล่ามาเฟียทั้งหลายที่มาเก็บค่าคุ้มครอง ถ้าตำรวจเข้าไปจับ หรือปราบปราม หรือแม้แต่ไม่อนุญาตให้ค้าขาย ก็กลายเป็นถูกด่า ขัดขวางการทำมาหากิน เพราะว่ากันตามจริงแล้ว การเก็บค่าพื้นที่ขายของนั้น แต่ละพื้นที่มีราคาค่อนข้างสูง บ้างก็เป็นแสนๆ ต่อปีก็ยังมี ไม่ต้องพูดถึงพื้นที่ทองคำอย่างโบ๊เบ๊ หรือประตูน้ำ ราคายิ่งกระฉูดขึ้นไปอีก

ถึงอย่างไรก็ตาม การค้าขายก็ถือเป็นเรื่องสำคัญของวิถีการดำรงชีพของชาวไทย โดยเฉพาะกับชาวกรุงเทพฯ ที่หลายคนต่างก็ต้องจับจ่ายซื้อสินค้ากันแทบจะทุกวัน แต่การค้าขายก็ไม่ควรที่จะเข้ามาข้องเกี่ยวกับการจราจร ทางที่ดี กทม.ควรจะชัดเจนในเรื่องพื้นที่ค้าขายไปเลย บ่งให้ชัดว่าพื้นที่ใดขายได้ ตรงไหนต้องละเว้น อย่าให้ลำบากกับประชาชนเลย

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ