posttoday
ดองนิวเคลียร์

ดองนิวเคลียร์

24 มีนาคม 2554

ไทยสยองรังสีรั่วในญี่ปุ่น/โยนรัฐบาลหน้าตัดสินพลิกแผนผลิตไฟฟ้าใหม่

ไทยสยองรังสีรั่วในญี่ปุ่น/โยนรัฐบาลหน้าตัดสินพลิกแผนผลิตไฟฟ้าใหม่

“วรรณรัตน์” ยัน ไม่เสนอแผนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในรัฐบาลนี้ โยนรัฐบาลหน้าเคาะ พร้อมรอทบทวนแผนพีดีพีก่อน

ดองนิวเคลียร์

วิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ประเทศญี่ปุ่นที่ยังสร้างผลกระทบในวงกว้าง ส่งผลให้แผนสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทยต้องเลื่อน พร้อมต้องปรับแผนผลิตไฟฟ้าเพื่อไม่ให้เกิดไฟตกหรือดับ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน กล่าวถึงผลกระทบดังกล่าวว่า แผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทยยังมีเวลาในการพิจารณาอีกหลายปี ดังนั้นจะยังไม่เสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาลชุดนี้

ทั้งนี้ เพราะหลังเกิดปัญหาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในญี่ปุ่น ได้สั่งการให้ทบทวนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2553-2573 หรือพีดีพี 2010 ซึ่งจะมีการพิจารณาให้พร้อมว่า หากไทยไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะต้องมีโรงไฟฟ้าชนิดไหนมาทดแทน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการสำรองไฟฟ้าของประเทศ

ยอมรับว่าไทยมีเชื้อเพลิงทางเลือกไม่มากนักที่จะมาทดแทนนิวเคลียร์ เช่น ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน ส่วนการใช้พลังงานทดแทนอย่าง น้ำ ลม แสงอาทิตย์ ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก ไม่มีความสมดุล แม้จะมีการพัฒนาอย่างเต็มที่ก็ตาม

“ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือไม่ โดยจะต้องมีการศึกษาความชัดเจนใน3 เรื่อง ได้แก่ ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในเรื่องของเงินลงทุน ความปลอดภัย และประชาชนยอมรับหรือไม่ นอกจากนี้จะต้องทบทวนแผนพีดีพี กำหนดให้ได้ว่าในระยะยาวหากไม่มีนิวเคลียร์จะดึงเชื้อเพลิงอะไรมาผลิตไฟฟ้าแทน ซึ่งไม่ได้กำหนดกรอบเวลาว่าจะต้องเสร็จเมื่อไหร่”ขอให้มีความชัดเจนเท่านั้น นพ.วรรณรัตน์ กล่าว

นายวิฑูรย์ เพิ่มพงศาเจริญ เลขาธิการมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ กล่าวว่า ถ้าไทยไม่มีนิวเคลียร์คงไม่ถึงขั้นเกิดวิกฤตในเรื่องไฟฟ้า เพราะการคาดการณ์ตัวเลขการใช้ไฟฟ้าในอนาคตมีอัตราที่สูงเกินจริง ดังนั้นจึงยังไม่จำเป็นต้องเร่งสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ตอนนี้ ซึ่งการใช้ตัวเลขจีดีพีโตมาคำนวณความต้องการใช้ไฟฟ้าอนาคตเฉลี่ยเพิ่มปีละ 5% ในทางปฏิบัติเป็นไปไม่ได้“ที่ผ่านมามีการคาดการณ์ปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศสูงเกินจริงไปประมาณ 30-60% เช่นในปี 2551 มีการคาดการณ์ปริมาณความต้องการใช้โรงไฟฟ้าไว้สูงเกือบ 40,000 เมกะวัตต์ ในขณะที่ปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าจริงอยู่ที่ระดับ 20,000 เมกะวัตต์เท่านั้น จึงทำให้แปลกใจว่าจะมีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้ปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าโตขึ้นถึง 2 เท่าตัว เพราะเศรษฐกิจโลกขณะนี้ก็ยังชะลอตัวอยู่นอกจากนี้การลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยังมีความเสี่ยงสูงและนำไปสู่ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่จะสูงขึ้นด้วย”นายวิฑูรย์ กล่าวว่า

ด้านนายสุพิณ ปัญญามาก ที่ปรึกษาโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ กล่าวว่า ผมไม่มองว่าถ้าไม่มีนิวเคลียร์แล้วไทยจะเกิดวิกฤต แต่ประเด็นอยู่ที่ รัฐบาลจะตัดสินใจ่เรื่องนี้อย่างไร ในส่วนของสำนักงานพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็ต้องทำหน้าที่สร้างความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องนี้ให้มากขึ้น อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าถ้าไม่มีนิวเคลียร์ คนไทยก็ต้องเจอค่าไฟฟ้าแพงขึ้น เพราะหากจะเลือกใช้พลังงานทดแทนก็มีต้นทุนที่สูงกว่า และไม่มีความมั่นคงด้วย

 

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว