
พท.แฉกองทัพจ่ายกระสุนสลายม็อบ 5.9 แสนนัด
พท.แฉกองทัพจ่ายกระสุนสลายม็อบ 5.9 แสนนัด มากกว่าทำสงคราม ซัดคู่มือการปฏิบัติงานของข้าราชการสลายการชุมนุม ระบุว่าต้องมีความระมัดระวัง แม้แต่การยิงขู่ก็ไม่ควรทำ
พท.แฉกองทัพจ่ายกระสุนสลายม็อบ 5.9 แสนนัด มากกว่าทำสงคราม ซัดคู่มือการปฏิบัติงานของข้าราชการสลายการชุมนุม ระบุว่าต้องมีความระมัดระวัง
แม้แต่การยิงขู่ก็ไม่ควรทำ
ที่รัฐสภา พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า เหตุการณ์การสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงที่ผ่านมา ทางกองทัพได้ให้หน่วยคลังแสง กรมสรรพาวุธทหารบก เบิกจ่ายอาวุธเมื่อวันที่ 11 มี.ค.2553 เป็นต้นมา จนถึงช่วงจบเหตุการณ์สลายการชุมนุม เพื่อใช้พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล โดยมีการเบิกกระสุนปืนลูกซอง จำนวน 35,000 นัด กระสุนปืนเอ็ม 16 เอ 1 จำนวน 20,000 นัด และกระสุนปืนเอ็ม 16 เอ 2 จำนวน 15,000 นัด กระสุนซ้อมรบ 10,000 นัด กระสุนเจาะเกราะ 8,500 นัด และกระสุนปืนซุ่มยิงหรือสไนเปอร์ 3,000 นัด รวมทั้งหมด 5.9 แสนนัด ซึ่งมากกว่านำทำสงคราม และกระสุนที่เบิกมาได้ส่งคืนคลังแสงเพียง 4.8 แสนนัด เท่ากับมีการใช้กระสุนปืนไป ประมาณ 1.1 แสนนัด
ทั้งนี้ตนอยากถามว่าทำไมจึงมีการเบิกใช้กระสุนซุ่มยิงสำหรับปืนสไนเปอร์ มาใช้ในการสลายการชุมนุมด้วย ขณะที่คู่มือสำหรับการปฏิบัติงานของข้าราชการในการสลายการชุมนุม ระบุว่าต้องมีความระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องการใช้อาวุธปืน ซึ่งการยิงขู่ก็ระบุว่าถ้าไม่จำเป็น ก็ไม่ควรกระทำ มิฉะนั้นอาจทำให้ประชาชนได้รับลูกหลง แม้แต่เรื่องของการป้องกันตัว ในคู่มือก็ระบุว่าเจ้าหน้าที่สามารถตอบโต้แม้จะถูกทำร้ายถึงตายก็ตาม แต่ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรกระทำ
พ.ต.ท.สมชาย กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดกรมสอสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เคยระบุว่านายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ช่างภาพชาวญี่ปุ่น ของสำนักข่าวรอยเตอร์ส เสียชีวิตด้วยกระสุนปืนขนาด 7.6 มิลลิเมตร และถูกยิงมาจากปืนอาก้านั้น ที่จริงแล้วกระสุนปืนขนาดดังกล่าว สามารถใช้กับปืนหลายประเภท อาทิ ปืนเอ็ม 16 เป็นต้นไป







