posttoday
ไอเดียเจ๋งตร.จราจรใช้ธรรมะแก้วิกฤต

ไอเดียเจ๋งตร.จราจรใช้ธรรมะแก้วิกฤต

17 มีนาคม 2554

ปัญหาจราจรบนท้องถนน ทำให้ใครหลายคน “รมณ์บ่จอย” จนบางครั้งถึงขั้นด่าทอ ทะเลาะวิวาทชกต่อยกัน เลยเถิดถึงขั้นฆ่าแกงกันก็มีให้เห็นออกบ่อย

ปัญหาจราจรบนท้องถนน ทำให้ใครหลายคน “รมณ์บ่จอย” จนบางครั้งถึงขั้นด่าทอ ทะเลาะวิวาทชกต่อยกัน เลยเถิดถึงขั้นฆ่าแกงกันก็มีให้เห็นออกบ่อย

โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ

ปัญหาจราจรบนท้องถนน ทำให้ใครหลายคน “รมณ์บ่จอย” จนบางครั้งถึงขั้นด่าทอ ทะเลาะวิวาทชกต่อยกัน เลยเถิดถึงขั้นฆ่าแกงกันก็มีให้เห็นออกบ่อย กลายเป็นปัญหาที่ตำรวจจราจรต้องเอาจริงเอาจังกับ “อารมณ์” ของผู้ใช้รถใช้ถนน

ไอเดียเจ๋งตร.จราจรใช้ธรรมะแก้วิกฤต

แน่นอนกับปัญหาเดิมๆ ที่ค่อนข้างจะแก้ไขได้ลำบาก โดยเฉพาะในเมืองหลวงที่มีรถราวิ่งกันให้ขวักไขว่ โดย นีลสัน รีเสิร์ช (ประเทศไทย) พบว่า ในปี 2549 สถิติจำนวนรถยนต์ของไทยมีอยู่ถึง 14 ล้านคัน

ทำสถิติเป็นประเทศที่มีจำนวนรถยนต์มากเป็นอันดับ 5 ของโลก ถัดจาก สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีรถยนต์ 190.3 ล้านคัน เยอรมนี 46.9 ล้านคัน อังกฤษ 36.9 ล้านคัน และเกาหลีใต้ 22.3 ล้านคัน

แน่นอนจำนวนดังกล่าวก็ต้องเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี และตั้งแต่ปี 2554 เริ่มต้นศักราชมาเพียงไม่กี่เดือน กทม.ก็มียอดรถยนต์ป้ายแดงจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกไปแล้ว 28,336 คัน

เมื่อบวกกับรถที่ใช้งานอยู่เป็นประจำนับล้านๆ คันใน กทม. ก็ยิ่งทำให้จราจรคับคั่งอย่างหนัก เมื่อถนนไม่เพียงพอกับจำนวนรถยนต์ ต่างคนก็ต่างเร่งรีบอารมณ์เดือดจึงเกิดขึ้น จึงมักเห็นคนขับปะทะอารมณ์กันอยู่บ่อยๆ

และนั่นเป็นโจทย์หลักที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ที่มีแม่งานหลักดูแลงานจราจรในพื้นที่ กทม. อย่าง พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. ต้องสั่งการให้ ผู้กำกับเด่น พ.ต.อ.วีรวิทย์ วัจนะพุกกะ ผู้กำกับการ 1 (สายตรวจ) กองบังคับการตำรวจจราจร ต้องผุดไอเดียหมายจับจราจรที่ออกมาก่อนหน้านี้ เพื่อใช้เป็นไม้หลักในการปราบผู้ทำผิดกฎหมายจราจร

ล่าสุดออกไม้นวมมาคุมอีกแล้ว นั่นคือโครงการ “ธรรมะกับจราจร” ที่มุ่งหวังให้ผู้ขับขี่ใช้รถใช้ถนน ต้องมี “ธรรมะ” ยึดเหนี่ยวจิตใจด้วย ผกก.เด่นขยายความไอเดียเด็ดให้ฟัง หลังจากโครงการนี้เริ่มดำเนินการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค.

“ปัญหาก็อย่างที่บอก คนเราเลือดร้อนขึ้นทุกวัน ผิดใจกันนิดเดียวก็เอาชีวิตกันได้ การข่มอารมณ์ ข่มจิตใจตนเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ ผมจึงเสนอโครงการ “คิดดีทำดีบนท้องถนนกับเพื่อนร่วมทาง (ธรรมะกับจราจร)” เพราะปัจจุบันผู้ใช้รถใช้ถนนขาดวินัยการจราจร ไม่มีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทาง นำไปสู่ความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน”

พ.ต.อ.วีรวิทย์ ได้นำวิธี “ศาสนาบำบัด” มาใช้ โดยจะอาศัยหลักการแก้ไขที่ตัวบุคคลหรือผู้ขับขี่เป็นหลัก นำหลักธรรมะมาเตือนสติกัน สร้างจิตสำนึก จัดระเบียบความคิดเพื่อผลประโยชน์ของผู้ขับขี่ที่จะได้หนีภัยที่ “ไม่น่าเกิด” ไอเดียเด็ดนี้เกิดตอน ผกก.เด่นได้ไปพูดคุยกับ “แม่ชีพรลพัชร นรารัตน์วันชัย” ความคิดเจ๋งๆ จึงเล่นขึ้นสมอง

ผกก.เด่น บอกว่า ปัจจัยเกิดเหตุไม่คาดฝันบนท้องถนนมีอยู่หลายประการ แต่ปัจจัยที่สำคัญคือ “ผู้ขับขี่” จะเห็นอยู่บ่อยครั้งที่อุปนิสัยหรือพฤติกรรมการขับขี่ที่สร้างปัญหาให้แก่ตนเองและผู้อื่น อันนำไปสู่การทะเลาะ ทั้งใช้กิริยาวาจาไม่สุภาพ การทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน

เพื่อให้ตระหนักถึงผลที่ตามมาจากปัญหาที่ก่อขึ้น ผลที่มาจาก “ใจ” เป็นตัวกำหนด ไม่ว่าจะดีจะผิด ใจเป็นสิ่งที่สั่งให้กระทำทั้งนั้น เมื่อใจดีทุกอย่างก็ดีตาม จึงถือเป็นการนำน้ำเย็นมาให้ผู้ขับขี่บนท้องถนนนั่นเอง

ส่วนการดำเนินงานนั้น ทางตำรวจจาก บก.จร.จะนำสติกเกอร์ธรรมะที่ใช้ในการจราจรไปแจกจ่ายกับประชาชนตามตรอกซอกซอย ถนนหนทาง ทุกหนแยกเริ่มที่ในพื้นที่ กทม.ก่อน หากได้ผลดี ที่อื่นสนใจจะนำไปทำก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์ เอาไปดำเนินการได้เลย ไม่ว่ากัน

ต้องจับตาดูว่า “น้ำเย็น” ที่ ผกก.เด่นว่าไว้ จะทำให้ใจคนหรือผู้ขับขี่เย็นลงได้บ้างหรือไม่ แต่เหนืออื่นใดคนที่จะควบคุมตัวเองได้ดีที่สุด ก็คือ “ตัวเอง” ที่ต้องระมัดระวัง อย่าเผลอกายเผลอใจไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น !!!

ต้องยึดหลัก ‘ละ 3 ทำ 4’

ละ 1. ละโกรธ ท่องไว้ โกรธง่ายตายง่าย มีแต่เสียหาย ไม่ดี

ละ 2.ละโลภ ไม่มีธุระใดสำคัญไปกว่า “ชีวิต” อย่าโลภกับความเร็ว เร่งรีบเร่งด่วนจนขาดสติ ใช้ความประมาทมาตัดสิน

ละ 3.ละหลง ไม่หลงทาง ศึกษาแผนที่ให้ดี ไม่หลงชั่วดี ต้องมีธรรมะประจำใจ เอาง่ายๆ คืออย่าหลงมัวเมาไปกับอารมณ์ของตนเองและของผู้อื่น

ทำ 1.ขับขี่อย่างมีความพร้อม คือ รถต้องมีสภาพสมบูรณ์ ความพร้อมของใจ ไม่ขับขี่เมื่อมีอารมณ์ฉุนเฉียว

ทำ 2.ขับขี่อย่างมีสติ ไม่เสพของมึนเมา เคารพกฎจราจรอยู่เสมอ

ทำ 3.ขับขี่อย่างมีน้ำใจ ไม่ซิ่ง ไม่แซง ไม่แรง ไม่มีเรื่อง

ทำ 4.ขับขี่อย่างมีสติปัญญา ไม่ใช้อารมณ์ ข่มความโกรธด้วยเมตตาและขันติธรรม

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ