
จับตาภท.-ชทพ.ถ่วงแก้กม.ยื้อยุบสภา
ศึกอภิปรายเข้าสู่วันที่สาม...
ศึกอภิปรายเข้าสู่วันที่สาม...
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ศึกอภิปรายเข้าสู่วันที่สาม...
ฝ่ายค้านถูกวิจารณ์หนัก ข้อมูลเก่า จัดตัวผู้อภิปรายไม่เร้าใจ หลักฐานยังไม่เข้าตา แต่ที่น่วมสุด คือ พรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ที่โดนฝ่ายค้านชำแหละกับปัญหาการระบายสินค้าเกษตรที่ส่อไม่โปร่งใส ทั้งข้าว ข้าวโพด และน้ำตาล
ดูตามรูปมวยเวลาที่เหลืออยู่อีกสองวัน คงต้องรอ “เฉลิม อยู่บำรุง” มากระชากเรตติ้งให้ฝ่ายค้าน และให้ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ มาเก็บตกเรื่องน้ำมันปาล์มรอบสุดท้ายในช่วงสรุปญัตติอภิปราย
ส่วนเหตุการณ์ “สลายเสื้อแดง” ที่จะละเลงกันในวันสุดท้าย เรียกคะแนนอะไรไม่ได้มาก แต่จะเต็มไปด้วยการประท้วงวุ่นวายกับเรื่องคลิปจนสร้างความเบื่อหน่ายกับคนฟัง
สรุป ผลการอภิปรายถ้าเป็นไปตามรูปการณ์ “ฝ่ายค้านรัฐบาล” น่าจะเจ๊ากัน และไม่มีผลต่อการใช้เวทีนี้หาเสียงเพื่อดึงคะแนนนิยมให้ฝ่ายใดได้อย่างเห็นเด่นชัด
ใครจะเลือกเพื่อไทยหรือประชาธิปัตย์ แต่ละกลุ่มก็มีฐานเสียงชัด ส่วนพื้นที่กลางๆ ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกฝ่ายใดตามโพลอีกประมาณ 50-60% ก็คงต้องรอช่วงหาเสียงว่าพรรคใดนำเสนอนโยบายดีกว่า และไม่นำประเทศเข้าสู่ภาวะความวุ่นวาย
หมดศึกซักฟอกในวันเสาร์ที่ 19 มี.ค. การเมืองจะเดินเข้าสู่โหมดเลือกตั้งเต็มตัว
ตามคำมั่นของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ประกาศจะยุบสภาสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค. และคาดว่าวันเลือกตั้งจะหนีไม่พ้นวันอาทิตย์ที่ 19มิ.ย. 26 มิ.ย. และ 3 ก.ค.
เดือนกว่าจากนี้อยู่ในช่วงที่ทุกพรรคจะเร่งออกนโยบายปูพรมหาเสียงอย่างมโหฬาร เอาใจประชาชน พร้อมกับจัดวางผู้สมัคร สส.เขต 375 คน และบัญชีรายชื่อ 125 คน ชูตัวใครจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยจะได้รู้ว่าจะชูมิ่งขวัญหรือยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
เพราะเป็น 1 เดือนที่ต้องรอให้กระบวนการแก้ไขกฎหมายลูก 3 ฉบับที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอเข้าสู่สภา รองรับการเปลี่ยนระบบเลือกตั้งและอำนาจของ กกต. ตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้เสร็จทันตามกำหนดที่วิปรัฐบาลวางไว้
ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ ประกอบด้วย ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และ สว. ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่เนื่องจากเนื้อหาการแก้ไขมีไม่มาก รวม 40 มาตรา จึงคาดว่าเวลาเพียง 1 เดือนในขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาคงทัน
ตามกำหนดวิปรัฐบาลจะเสนอร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง 3 ฉบับในสัปดาห์หลังผ่านศึกอภิปราย
เมื่อเป็นบัญชาของอภิสิทธิ์และพรรคเพื่อไทยก็ต้องการเลือกตั้งเร็ว ก็คงไม่เล่นเกมป่วน เหมือนที่ไม่ส่งผู้แทนร่วมเป็นกรรมาธิการแก้ไขกฎหมาย ส่วนวุฒิสภาก็ไหลตามน้ำ
ที่ต้องจับตา ท่าทีจากสองพรรค ชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) และภูมิใจไทย (ภท.) ดูโอคู่ขวัญ “เนวิน บรรหาร” ว่าจะร่วมมือผลักดันกฎหมายลูกทั้ง 3 ฉบับหรือไม่
อย่าลืมว่าทั้งสองพรรคไม่เห็นด้วยกับการยุบสภาเร็ว เพราะอยากอยู่ในอำนาจให้นานรอถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการและการผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2555 ในเดือนก.ย.
“บรรหาร ศิลปอาชา” กุนซือชาติไทยพัฒนา ถึงกับเปรยกับอภิสิทธิ์ว่า พร้อมแล้วหรือกับการยุบสภา น่าจะรอให้จัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2555 เรียบร้อยก่อนจึงจะยุบสภา
ส่วนพรรคภูมิใจไทยก็ต้องการอยู่ยาวลากไปถึงการจัดงานเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา ในเดือน ธ.ค. เดือนสุดท้ายที่สภาครบวาระ 4 ปี
การประกาศรวมพลังสองพรรคเพื่อสร้างอำนาจต่อรองหลังการเลือกตั้งในฐานะขั้วที่สามที่ “บิ๊กเติ้ง” และ “เสี่ยเน” แถลงข่าวจะรักกันชั่วฟ้าดินสลายจากนี้ถึงรัฐบาลหน้า
แน่นอนว่า นี่เป็นการดิ้นหนีตายของพรรคภูมิใจไทย เพราะเกรงว่าจะถูกโดดเดี่ยว
ฝั่งพรรคเพื่อไทยก็ฝังแค้นกับเนวิน จนทักษิณบอกว่าเป็นพรรคเนรคุณ จะไม่เอาเข้าร่วมรัฐบาล ส่วนซีกประชาธิปัตย์ก็จัดหนักให้อิ่มแล้ว ถ้าครั้งหน้าจะมาร่วมงานกันอีกก็อาจไม่ได้เกรดเอเหมือนเดิม
การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร เหมือนอย่างที่หลายพรรคเคยฉีกสัตยาบันกันมาแล้ว เมื่อมีผลประโยชน์มาล่อกันตรงหน้า กระนั้นการสร้างพลังของสองพรรคก็ถือว่ามีน้ำหนักในช่วงก่อนสิ้นอายุขัยรัฐบาลนี้ เมื่อทั้งคู่ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าไม่ควรยุบสภา
หากจะเล่นบทขวางลำหรือเตะถ่วง ในขั้นตอนการแก้ไขกฎหมายลูก 3 ฉบับ ทั้งในชั้นรับหลักการและในช่วงเป็นกรรมาธิการเพื่อยื้อให้ถึงที่สุด เพราะถือว่าสองพรรคมีเสียงในสภามากถึง 80 เสียง ก็คงยืดเวลาได้ไม่เท่าไหร่และอาจได้ไม่คุ้มเสีย เนื่องจากบรรยากาศขณะนี้ปลดล็อกไปสู่การยุบสภาเลือกตั้งใหม่หลังจากอึมครึมต่อสู้กันมาเกือบ 3 ปี
ปฏิทินการเมืองจะเป็นไปตามที่อภิสิทธิ์วางไว้หรือไม่ อยู่ที่สองพรรคร่วมจะกล้าฝืนกระแสสังคมได้นานแค่ไหน







