posttoday
ทักษิณเย้ยมาร์คยังเด็ก

ทักษิณเย้ยมาร์คยังเด็ก

15 มีนาคม 2554

ทักษิณ ทวิต โต้ เย้ย มาร์ค ยังเด็กเหลือเกิน แนะพูดความจริงกับประชาชน  ยันสมัยเป็นนายกฯ เคลียร์หนี้ 2 ก้อนใหญ่ให้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์

ทักษิณ ทวิต โต้ เย้ย มาร์ค ยังเด็กเหลือเกิน แนะพูดความจริงกับประชาชน  ยันสมัยเป็นนายกฯ เคลียร์หนี้ 2 ก้อนใหญ่ให้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์

พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ ตอบโต้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ลุกขึ้นชี้แจง นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าทีมอภิปรายฝ่ายค้าน เรื่องหนี้สาธารณะ ว่า รัฐบาลต้องกู้เงินมามาฟื้นฟูเศรษฐกิจที่พรรคเพื่อไทยก่อเอาไว้ ยืนยันมีหนี้น้อยกว่ายุค “พ.ต.ท.ทักษิณ” โดยระบุว่า " ได้ฟังคุณอภิสิทธิ์ฯตอบคุณมิ่งขวัญฯในสภาฯแล้วรู้สึกว่าน้องยังเด็กเหลือเกิน นักการเมืองที่ดีต้องพูดความจริงต่อประชาชนครับประชาชนเป็นผู้ตัดสิน

"คุณอภิสิทธิ์ฯบอกว่าหนี้สาธารณะสมัยผม42.75 %สมัยอภิสิทธิ์ฯ 41.94%ของจีดีพี ข้อเท็จจริงจากสำนักหนี้ฯ31ธ.ค.49หนี้สาธารณะ40.48%ครับและสมัยก่อน จีดีพีเล็กกว่าปัจจุบันเยอะคิดเป็นตัวเลขแล้วหนี้ปัจจุบันจำนวนตรงๆมากกว่าเยอะ ยิ่งไปกว่านั้นสมัยผมรับหนี้มาจากรัฐบาลประชาธิปัตย์ 2 ก้อนใหญ่ๆ"

คือ 1.หนี้กองทุนฟื้นฟูที่เกิดจากการขายทรัพย์ที่เอามาจากสถาบันการเงินล้มแบบโง่ๆให้กับโกลแมนแซค,เลย์แมนบราเตอร์และจีอีแคปปิตอลได้ราคาไม่ถึง20 %ของ ต้นทุนทรัพย์สินแถมยังช่วยไม่ให้ฝรั่งเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอีกต่างหาก ก้อนนี้เข้าใจว่าประมาณร่วม700,000 ล้านบาท 2.คือหนี้ที่กู้มาจากมิยาซาว่า เอดีบี เวิร์ลแบงก์ และไอเอ็มเอฟ อีกประมาณ 600,000 กว่าล้านบาท ซึ่งหนี้ไอเอ็มเอฟ ประมาณ 400,000ล้านบาทสมัยผมก็ใช้หนี้ไปหมดแล้ว

สรุปคือว่า ตอนผมมาเป็นรัฐบาลรับหนี้สาธารณะมาในขีดอันตรายคือเกือบ60%ของจีดีพีแต่อยู่ไปก็ทำให้หนี้ลดลงจนอยู่ในเขตที่ปลอดภัย ต่อมาเมื่อจีดีพีสูงขึ้นสัดส่วนของหนี้ต่อจีดีพีก็ลดลง รัฐบาลอภิสิทธิ์เข้ามาจึงถือโอกาสกู้เงินเพื่อหวังผลทางการเมืองและคอรัปชั่นจึงทำให้หนี้สูงขึ้นเป็นลำดับโดยหวังเศรษฐกิจจะดีขึ้นจัดเก็บภาษีได้มากขึ้นหนี้ก็จะลดเอง แต่การกู้เงินมาแล้วไม่ช่วยให้เศรษฐกิจในประเทศดีขึ้นประชาชนเดือดร้อนในที่สุดหนี้ต่อจีดีพีก็จะสูงขึ้นแต่ยังโชคดีที่ส่งออกโดยเฉพาะหมวดรถยนต์ดีโดยความสามารถของเอกชนเลยทำให้สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีสูงขึ้นช้าหน่อย

ขอแนะนำว่าให้ยอมรับและบอกว่าจะให้ความสนใจเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้นจะใช้เงินที่กู้มาให้เกิดประโยชน์กว่านี้ จะปล่อยให้โกงน้อยลง จะไม่ให้เกิดการกักตุนสินค้าและตามมาด้วยการขึ้นราคาแบบนี้อีก ผมว่าดูจะเป็นผู้ใหญ่กว่า ได้รับความเห็นใจกว่า บอกประชาชนไปเลยครับว่าผมกำลังเรียนรู้งานอยู่ อีกหน่อยผมก็เก่งเองครับ" อดีตนายกฯ กล่าวในทวิตเตอร์ 

 

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ