
นักวิชาการเผยเหตุคลื่นยักษ์ถล่มญี่ปุ่นเหนือคาดหมาย
ผู้เชี่ยวชาญแผ่นดินไหวญี่ปุ่นเผยเหตุแผ่นดินไหว-คลื่นยักษ์สึนามิอยู่เหนือความคาดหมาย ทำให้ระบบป้องกันที่เตรียมไว้ใช้ไม่ได้โดยสิ้นเชิง
ผู้เชี่ยวชาญแผ่นดินไหวญี่ปุ่นเผยเหตุแผ่นดินไหว-คลื่นยักษ์สึนามิอยู่เหนือความคาดหมาย ทำให้ระบบป้องกันที่เตรียมไว้ใช้ไม่ได้โดยสิ้นเชิง
นายมิชิโอะ อาชิซึเมะ ผู้เชี่ยวชาญแผ่นดินไหว อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จากการคำนวณการเกิดแผ่นดินไหวบริเวณชายฝั่งเมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น มีการคาดการณ์ไว้ว่าน่าจะไม่เกิน 7.5-8.0 ริกเตอร์ แต่ครั้งนี้กลับรุนแรงมากถึง 9.0 ริกเตอร์ ซึ่งถือเป็นความผิดปกติอย่างมาก และอยู่นอกเหนือทฤษฎีทั้งหมดของนักวิชาการญี่ปุ่นเท่าที่เคยศึกษามา อีกทั้งการวางระบบป้องกันภัยพิบัติที่ใช้เวลาศึกษามานับร้อยปีถือว่าใช้ไม่ได้โดยสิ้นเชิง เพราะกำแพงกั้นสึนามิที่ระดับ 10 เมตรยังไม่สามารถต้านทานได้
"ประเทศญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญต่อการรับมือเหตุการณ์แผ่นดินไหวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ยอมรับว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้อยู่นอกเหนือองค์ความรู้ที่เคยมีมา และจนถึงขณะนี้นักวิชาการญี่ปุ่นก็ยังไม่สามารถหาคำอธิบายได้ ดังนั้นจึงต้องมีการประกาศเตือนภัยว่าในอีก 3 วันข้างหน้าอาจเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาได้"นายมิชิโอะเผย
ชี้สะท้อนความล้มเหลวการแจ้งเตือนภัยพิบัติของไทย
ด้าน นายสุธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ผลพวงจากปรากฏการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่นได้สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเลวของหน่วยงานภาครัฐของไทยในการแจ้งเตือนภัยพิบัติแก่ประชาชน เนื่องจากแต่ละหน่วยงานมีการบริหารจัดการอย่างไร้เอกภาพ
ทั้งนี้หลังเกิดเหตุในช่วงบ่ายวันที่ 11 มี.ค. กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการเตือนภัยสึนามิในบริเวณ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อมาเวลา 17.30 น. ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติได้ระบุว่าสึนามิจะไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันกรมทรัพยากรธรณีกลับมีการออกประกาศเตือนภัยใน 15 จังหวัด ส่งผลให้ชาวบ้านจำนวนมากเกิดความตื่นตระหนก
“การบริหารจัดการด้านภัยพิบัติของประเทศไทยขาดความเป็นเอกภาพ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีการประสานงานที่ดี หากเกิดสึนามิขึ้นจริงย่อมประสบปัญหาแน่นอน ฉะนั้นควรมีการตั้งหน่วยงานเฉพาะขึ้นมาเป็นหน่วยงานหลักในการแจ้งเตือนภัย” นายสุธน กล่าว
นายสุธน กล่าวว่า ปรากฎการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิครั้งนี้ทำให้เปลือกโลกมีการเคลื่อนตัว ทำให้รูปร่างสัณฐานของโลกเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลต่อการอัตราความเร็วในการหมุนรอบตัวเองของโลก โดยนักวิทยาศาสตร์จากองค์การนาซ่าระบุว่า โลกจะหมุนเร็วขึ้น 1.8 ไมโครวินาที หรือประมาณเกือบ 2 ในล้านส่วนของวินาที ซึ่งจะมีผลระยะยาวต่อการนับวันเดือนปี แต่ต้องใช้เวลานับล้านล้านปีจึงจะเห็นผล นอกจากนี้หลังเกิดสึนามิยังส่งผลให้เกิดแรงกระเพื่อมของสนามแม่เหล็กโลก แต่ไม่เกิดผลกระทบรุนแรงต่อมนุษย์แต่อย่างใด
รอยเลื่อนแผ่นดินไหวในไทยยังไม่ทำให้เกิดเหตุรุนแรง
ด้านนายบุรินทร์ อัศวพิภพ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนอย่าแตกตื่นกับข่าวโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดและไม่ต้องวิตกกังวลกับการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี เนื่องจากเป็นการระเบิดของตัวอาคารที่ปกคลุมด้านนอกเท่านั้น ส่วนเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ยังไม่มีการระเบิดแต่อย่างใด ซึ่งในประเทศไทยมีสำนักงานปรมณูเพื่อสันติได้ติดตามตรวจวัดค่าปนเปื้อนในอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่ายังอยู่ในระดับปลอดภัย
ด้านนายธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาฯ กล่าวว่า จากการศึกษารอยเลื่อนแผ่นดินไหวทั้ง 13 แห่งในประเทศไทย พบว่า ลักษณะการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนดังกล่าวไม่น่าจะทำให้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงได้ ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะสภาพธรณีวิทยาของญี่ปุ่นกับไทยแตกต่างกัน







