
ถ้าสังคมแหลกเหลว ย่อมพ่ายแพ้สงครามยาเสพติด
สถิติการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดของปี 2553 สูงกว่าปี 2552 เท่าตัว อาจพอเป็นตัวเลขที่ยืนยันได้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดเข้าขั้นวิกฤตมากเพียงใด
สถิติการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดของปี 2553 สูงกว่าปี 2552 เท่าตัว อาจพอเป็นตัวเลขที่ยืนยันได้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดเข้าขั้นวิกฤตมากเพียงใด
โดย...ธนก บังผล
สถิติการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดของปี 2553 สูงกว่าปี 2552 เท่าตัว อาจพอเป็นตัวเลขที่ยืนยันได้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดเข้าขั้นวิกฤตมากเพียงใด
แต่ที่ทำให้ตำรวจสายสืบกว่า 800 นาย เหนื่อยไม่น้อยเลยก็คือพบว่าผู้เสพยามีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก 1 แสนคนต่อปี ตามรายงานผู้ค้ารายใหม่อายุ 16 ปี และมีเด็กอายุ 14 ปี ลงมาเกี่ยวข้องแล้วทั้งเสพและค้า
พล.ต.ท.อติเทพ ปัญจมานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) ให้ความเห็นว่าสังคมทุกวันนี้ทำให้เด็กเยาวชนฟุ้งเฟ้อ
“อย่างโทรศัพท์มือถือ ไปซื้อมาพันกว่าบาทพอไปเข้าสังคมเพื่อนที่เขาใช้ไอโฟนมันก็เลยเกิดความฟุ้งเฟ้อ พอโตหน่อยก็อยากได้รถจักรยานยนต์ โดยจักรยานยนต์นี่ปัญหาเยอะ อาชญากรรมส่วนใหญ่มาจากจักรยานยนต์ สาเหตุหลักคือจักรยานยนต์ซื้อโดยไม่ต้องดาวน์ ผ่อนวันละ 90 บาท มีเงิน 3,000 ก็ไปเอาจักรยานยนต์ออกมาได้แล้ว และสามารถผ่อนได้ 3 เดือน”
ผบช.ปส. บอกว่า เมื่อเวลาผ่านไปในระยะยาวเด็กไม่สามารถผ่อนได้ เมื่อจะไปเข้ากลุ่มกับเพื่อนก็ไม่ได้
“2 ประเด็นเลยคือความฟุ้งเฟ้อและสังคมของเราในปัจจุบันอ่อนทางการศึกษา ยาเสพติดเราไม่สามารถไปคุมการผลิตได้ ตอนนี้สถิติการเสพยาของเราอยู่ที่ 9 แสนคน ตามการแพทย์ต้องเสพอย่างน้อยวันละ 3 เม็ด ลดให้เหลือวันละ 2 เม็ด คือ 1.8 ล้านเม็ด ตีคร่าวๆ 2 ล้านเม็ดต่อวัน 1 เดือน 60 ล้านเม็ด 1 ปีก็ 720 ล้านเม็ด ด้วยตัวเลขดังกล่าวผู้ผลิตมีฐานอยู่ที่ 720 ล้านเม็ดเป็นอย่างน้อย การผลิตนี้เราไปแตะเขาไม่ได้ตราบใดที่สังคมเรายังอ่อนอยู่อย่างนี้ เราก็จะไม่ชนะสงครามยาเสพติด”
พล.ต.ท.อติเทพ บอกว่า ได้นำเสนอรัฐบาลถึงการจับกุมได้มากกว่าเท่าตัว ยาบ้า 60 กว่าล้านเม็ดจากปีที่แล้ว 35 ล้านเม็ด แต่ผู้เสพเพิ่มขึ้นปีละ 1 แสนกว่าคน
“เพราะฉะนั้นถ้าผมจับอยู่อย่างนี้ ได้ยาบ้า 120 ล้านเม็ด ผู้เสพเพิ่มขึ้นอีก 2 แสนคน เมื่อไหร่จะจบ พอไปดูที่ผู้เสพ ดีมานด์ชาวบ้านตื่นขึ้นมาขี้ยาก็ยังอยู่ ตำรวจไปโชว์ภาพใหญ่ว่าจับได้ล้านเม็ดแต่ข้างล่างมันก็ยังเหมือนเดิม เป้าหมายใน 2 เดือนที่ผ่านมาเราตรวจค้น 4 หมื่นกว่าชุมชน เอาคนออกมาได้ 6 หมื่นกว่าคน มีผู้ค้ารายย่อย รายใหญ่ ตามหมายจับ และผู้เสพ 4.3 หมื่นคน จำนวนขนาดนี้ถ้าเราไม่มีกระบวนการบำบัดเมื่อกลับไปอยู่ชุมชนก็กลับไปเสพเหมือนเดิม”
“แล้วคนพวกนี้บำบัดแล้วมันหายไหม มันก็ไม่หาย สังคมเดิม สิ่งแวดล้อมเดิม แล้วการศึกษาเหมือนเดิมมันก็ไม่จบ ก็เลยต้องมาวางแผนระยะยาว ต่อไปนี้ตำรวจจะจับไม่มีหยุด ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรองรับเราให้ทัน”
ในขณะเดียวกันเมื่อลงไปยังชุมชน พล.ต.ท.อติเทพ ยอมรับว่าได้รับความร่วมมือน้อย เนื่องจากกลุ่มแก๊งค้ายาเสพยาอยู่ในชุมชน ตำรวจเข้าไปคนดีๆ ก็ไม่อยากยุ่ง สังคมก็ยิ่งแย่ลง
“ก็ต้องโทษตำรวจส่วนหนึ่งที่ไม่เอาจริง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เลยเน้นไปที่ผู้กำกับสถานีในท้องที่ เพราะว่าผู้กำกับท้องที่อยู่ติดกับปัญหาแล้วเข้าไปในชุมชนต้องรู้เลยว่าใครติดหรือไม่ติด ข้างบ้านเราเองจะไม่รู้หรือ ผู้กำกับทุกคนต้องเอาจริง ด้านกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ของเราก็จะไปเอาเครือข่ายข้ามประเทศ ข้ามจังหวัด”
และที่ดูน่าเป็นห่วงที่สุดคือเครือข่ายการค้ายาเสพติดในเรือนจำ ที่ ผบช.ปส. บอกว่า จับผู้ต้องหาไปเข้าเรือนจำ แล้วยังต้องออกหมายจับเพื่อไปจับในเรือนจำอีกที
“นี่มันอะไร ผมต้องออกหมายจับผู้ต้องหาซ้ำ 4 รายแล้ว เอาหมายจับไปให้ผู้คุมในเรือนจำดูว่ามีการกระทำความผิดอีกแล้ว ล่าสุดตำรวจภูธรภาค 9 กับภาค 5 ก็ไปตามจับผู้ต้องหาในเรือนจำอีกทั้งนั้น”
ในส่วนของการปราบปรามที่นับวันนักค้าหนักข้อต่อสู้ พล.ต.ท.อติเทพ กล่าวว่า ก็ต้องโทษสังคมอีก ดูอย่างกรณีรถฟอร์จูนเนอร์ สีขาว แค่กะพริบไฟก็ยิงกันแล้ว โดยสถิติการตั้ง บช.ปส. มา 19 ปีสูญเสียตำรวจไปแล้ว 19 นาย
“ถามว่ามันคืออะไร ประเทศไทยคนพกปืนกันได้ทุกคนหรือ ถามกลับมาที่ตำรวจว่าจะทำอย่างไร ผมก็ต้องถามกลับไปว่าสังคมมันเป็นอย่างไรขับรถดีๆ กะพริบไฟก็ยิงกันแล้ว ในส่วนของตำรวจมันเป็นอาชีพ ทหารสู้รบยังมีตาย แต่เราก็ไม่ประมาทก็แล้วแต่เหตุการณ์จังหวะตรงไหน”
“ประเทศไทยเป็นประเทศที่เสพยาบ้ามากที่สุดในโลก ต้องปรบมือให้ อันดับที่สองก็คือ ไอซ์ เฮโรอีน ที่ออกนอกประเทศส่วนใหญ่แล้วก็กัญชา คนต่างชาติไม่เสพยาบ้านะ ตอนนี้มีไประบาดที่สิงคโปร์ ซึ่งก็ไปกับคนงานไทยอีก ประเทศที่มีคนงานไทยไป ส่วนมากจะมียาบ้าไปแพร่กระจาย ก็ดี เป็นเอกซ์ปอร์ต (ฮา)”
“ด้านตำรวจที่สูญเสียไปกับการปราบปรามยาเสพติด มันไม่ควรจะสูญเสีย แม้แต่ชีวิตเดียวเมื่อเสียไปแล้วก็ต้องหาทางป้องกัน หลังสุดที่เสียชีวิตคือเมื่อ 3 ปีที่แล้ว บางครั้งการทำงานของตำรวจนั้นประชาชนมองอยู่ บางทีภาพออกมาว่าเอาเท้าเหยียบ ลงไปที 10 คน แต่จับผู้ค้าได้คนเดียว บางคนบอกเล่นละคร เวอร์ไปหรือเปล่า แต่ว่าการป้องกันตัวเป็นอย่างนี้”
“พกกำลังและอาวุธมากประชาชนก็ไม่พอใจอีก หาว่าเกินกว่าเหตุอีก มันก็จิปาถะ แต่เรื่องนี้ไม่สำคัญผมไม่สนใจ ผมก็ใส่เต็มชุดใหญ่ของผมไป มีปืนไม่มีปืนเราก็เอาอาวุธสงครามเข้าไปขู่ (ฮา)”
ผบช.ปส. บอกว่า หากชาวบ้านต้องการให้ปัญหาการแพร่ระบาดลดลง ลูกหลานไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือข้อมูลข่าวสารจากพี่น้องประชาชน
“ชาวบ้านสามารถแจ้งมาได้โดยทุกอย่างจะเป็นความลับ ข้อมูลจากชาวบ้านจะนำไปสู่การจับกุมนักค้าที่หลบซ่อนในชุมชน”
“อย่างที่ผมบอก ถ้าสังคมเป็นอย่างนี้ อีก 30 ปีข้างหน้าคนเหล่านี้ต้องขึ้นมามีบทบาทในสังคม บ้านเราจะเป็นอย่างไร ถ้าสังคมยังเป็นอย่างนี้ เราเอาไม่อยู่แล้ว เราเอาชนะเขาไม่ได้ถ้าผู้เสพมันเพิ่มขึ้น แต่ผู้เสพไม่ใช่ภารกิจของตำรวจ ทำไมผู้เสพมันเพิ่มขึ้น ไม่ได้โทษใคร ก็มันเป็นเสียอย่างนี้ ลูกใครใครก็ดูสิ ลูกคุณไม่ดีก็มาฟ้องตำรวจสิ ไม่ใช่การปัดภาระ แต่เป็นเรื่องจริง ตำรวจทุกคนที่ไปทำหน้าที่ก็มีลูกเหมือนกัน สังคมแย่ตำรวจทำงานหนักไม่มีเวลาไปดูลูก ลูกตำรวจก็เป็นเหมือนกัน และถ้าสังคมแย่ ตำรวจแย่ ตำรวจปราบปรามยาเสพติดค้ายาเมื่อไหร่ก็จบ” ผบช.ปส. สรุป
ชัดเจนตรงไปตรงมาอย่างไม่ต้องอธิบาย







