
ราคาน้ำมันเปลี่ยนทิศทางศก. QE 3 โผล่หลอนเอเชีย
โลกกำลังตกอยู่ภาวะช็อก กับราคาน้ำมันในตลาดที่กระหน่ำปรับขึ้นแบบรายวัน
โลกกำลังตกอยู่ภาวะช็อก กับราคาน้ำมันในตลาดที่กระหน่ำปรับขึ้นแบบรายวัน
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โลกกำลังตกอยู่ภาวะช็อก กับราคาน้ำมันในตลาดที่กระหน่ำปรับขึ้นแบบรายวัน
ซ้ำยังมีกระแสคาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันจะไต่ไปไกลได้ถึง 200 เหรียญสหรัฐ ถ้าสถานการณ์ความไม่สงบในโลกอาหรับยังคงผุดจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง อย่างเช่นที่เกิดขึ้นนี้
ราคาน้ำมันอาจจะกำลังเปลี่ยนแปลงทิศทางคาดการณ์เศรษฐกิจของโลก!
เดิมทีมีการคาดการณ์ว่า โลกกำลังจะปรับตัวดีขึ้นค่อนข้างคึกคัก
ล่าสุดทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐมีทีท่าปรับตัวดีขึ้น กูรูหลายสำนักคาดเดาว่า สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้สดใสดีขึ้น
แต่ยังไม่ทันหายใจได้ทั่วท้อง กลับมีเสียงจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ เดนนิส ล็อกฮาร์ต ที่แม้จะไม่ได้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการพิจารณานโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แต่ก็มีความน่าเชื่อถือได้สูง ในฐานะประธานเฟด สาขาแอตแลนตา ออกมาส่งสัญญาณว่า
เฟดอาจจะออกมาตรการคิวอี 3
ในฐานะประเทศในเอเชีย แค่เพียงได้ยินเสียงเตือนก็ร้อนๆ หนาวๆ
เพราะต้องยอมรับว่า ท่ามกลางสถานการณ์แวดล้อมรอบด้าน เหลียวซ้ายแลขวา ก็บอกได้ว่า คำเตือนดังกล่าวมีความเป็นไปได้
ที่ว่าเป็นไปได้นั้น สังเกตจากมุมมองในหลายๆ ด้าน
ส่วนหนึ่งเกิดจากมุมมองคำพูดของเบน เบอร์แนนคี ประธานเฟด
คำกล่าวของประธานเฟดในระหว่างการแถลงต่อสภาคองเกรสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถือได้ว่ามีนัยและเงื่อนไขแฝงอยู่
แม้เบอร์แนนคีจะเชื่อมั่นในยาแรงที่อัดเข้าสู่ระบบถึงสองครั้งสองคราจากมาตรการผ่อนปรนทางการเงินเชิงปริมาณ หรือมาตรการคิวอี (Quantitative Easing: QE) แต่ต้องเรียกว่า ความท้าทายยังคงไม่จบไม่สิ้น ทิ้งท้ายกับสภาคองเกรสไว้ในทำนองว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยก่อให้เกิดความไม่แน่นอนได้
เฟดรับมือเศรษฐกิจด้วยการออกมาตรการคิวอีครั้งแรก เมื่อเดือน มี.ค. 2009 ด้วยมูลค่าวงเงินการเข้าซื้อพันธบัตรราว 1.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่เศรษฐกิจสหรัฐยังคงลื่นถลาอย่างตุปัดตุเป๋ไม่เป็นท่า ส่งผลให้ต้องดันคิวอี 2 ออกมาใช้อีกครั้ง เมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว โดยมีวงเงินรวมมูลค่า 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ครอบคลุมไปจนกระทั่งเดือน มิ.ย.ปีนี้
เผอิญว่ามีตัวแปรเรื่องสถานการณ์น้ำมันจากสถานการณ์ความไม่มั่นคงทางการเมืองทั้งในตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือผุดขึ้น
ซ้ำร้าย ตัวแปรนี้ร้อนแรงมาก
ดังนั้น แทนที่ทั้งสหรัฐและโลกจะหายใจโล่งๆ ค่อยๆ คลี่คลาย และสร้างความแข็งแกร่งกลับมาเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจให้สดใสในปีนี้ และปิดประตูตายกับมาตรการคิวอี 3 กลับไม่เป็นเช่นนั้น
ราคาน้ำมันสหรัฐอยู่ที่ราว 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อตอนเริ่มต้นมาตรการคิวอี 2 ผ่านพ้นไปหนึ่งเดือนหลังจากที่เฟดประกาศมาตรการดังกล่าว ราคาน้ำมันขยับขึ้นมาอยู่ที่ 90 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลำพังราคาน้ำมันปกติที่ค่อยๆ ไต่ราคาสูงขึ้นอย่างค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ก็ถือเป็นเรื่องที่รับได้ เมื่อมีการบริหารจัดการที่ดี
แต่ถ้าราคาน้ำมันโลกยังคงไม่สงบลงในเร็ววัน ถือว่าเฟดมีปัจจัยเร่งเร้า อาจจะตัดสินใจว่าจะใช้ยืดขยายมาตรการคิวอี 2 ยาวขึ้นอีก หรือเปิดฉากมาตรการคิวอี 3 ในอีก 23 เดือน
ทั้งนี้ทั้งนั้น นอกจากราคาน้ำมันโลกแล้ว ประเด็นต่อมา ที่ต้องติดตามตัวเลขการว่างงานที่เป็นหนึ่งในสัญญาณบ่งชี้ความมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ปัจจุบันอัตราการว่างงานของสหรัฐปรับตัวดีขึ้นมาก จากเดิมซึ่งอยู่ที่ราว 9.4% เมื่อเดือน ธ.ค. 2010 ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 8.9% เมื่อเดือน ก.พ. ต่ำสุดตั้งแต่เดือน เม.ย. 2009 โดยมีอัตราการจ้างงานในเดือน ก.พ. ราว 1.92 แสนตำแหน่ง
สำหรับสหรัฐถือเป็นการส่งสัญญาณสดใส แต่คงเร็วเกินไปที่จะตัดสินว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีความมั่นคง และวกกลับสู่ระดับเสถียรภาพแล้ว
ดังนั้น ต้องติดตามอีกระยะ ซึ่งหากสหรัฐสามารถรักษาระดับการจ้างงานต่อเดือนให้อยู่ราว 2 แสนตำแหน่งต่อเดือน ไปจวบจนกระทั่งกลางปี อาจจะเป็นสัญญาณปลอดภัยให้พอที่จะเจือจางแรงเร้าในการก่อให้เกิดมาตรการคิวอี 3
ทั้งนี้ทั้งนั้น เศรษฐกิจโลกมีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน มาตรการคิวอี 3 สตาร์ตเครื่องขึ้นเมื่อไหร่ เอเชียต้องรับบทหนักอย่างสาหัส และต้องออกแรงต้านผลกระทบอีกหลายเท่าตัว โดยแทบไม่ต้องคำนึงถึงปริมาณเงินในการเสริมสภาพคล่องด้วยซ้ำ
ที่เป็นเช่นนั้นเพราะมาตรการคิวอีเป็นกลไกในการกดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐให้ต่ำมาก สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐก็ต่ำลงตามไปด้วยเช่นกัน สวนทางกับเอเชียที่ต้องเร่งขยับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น เพื่อแก้ภาวะเงินเฟ้อ
ภาวะเดินอัตราดอกเบี้ยแบบสวนทางในลักษณะดังกล่าว ย่อมส่งผลให้เงินทุนต่างชาติทะลักล้นเข้ามาในเอเชียอีกครั้งใหญ่ ผลที่ตามมาอีกทอดหนึ่งก็คือ สกุลเงินท้องถิ่นในเอเชียแข็งค่าขึ้นทั่วหน้า ปัจจุบันก็สาหัสอยู่แล้ว อาทิ ค่าริงกิตของมาเลเซียแข็งค่าขึ้น 10.1% สิงคโปร์แข็งค่าขึ้น 10.5%
อาการเก่าจากคิวอี 2 ยังไม่ทันสร่างซา ปัญหาใหม่จ่อยิงระรัว
เอสแอนด์พีเตือนภาวะเงินเฟ้อและปัญหาทุนไหลเข้าในเอเชียจะเป็นจุดถ่วง ถ้าไม่ตั้งตัวรับมือให้อยู่ จะพานเอาเศรษฐกิจเอเชียทรุดลงได้ไม่ยาก
และต้องไม่ลืม ปัญหาสถานการณ์ราคาสินค้าทั่วโลกที่ยังร้อนแรงตลอดทั้งปีนี้ ไม่พ้นกลางปีบรรดารัฐบาลในประเทศแถบเอเชียอาจจะต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบ
จึงต้องเรียกว่า เอเชียเตรียมรับศึกทุกด้าน ถ้าคิวอี 3 โผล่มาจริงในอีก 23 เดือนข้างหน้า สารพันปัญหาหลอนสะท้านทั้งเอเชีย







