
ปาล์มถั่วเหลืองลามรำข้าว
พิษปาล์มถั่วเหลืองลาม ทำน้ำมันรำข้าวขาดตลาด หลังคนแห่ซื้อทดแทน แต่ยังดีปีนี้ราคาข้าวถุงนิ่ง
พิษปาล์มถั่วเหลืองลาม ทำน้ำมันรำข้าวขาดตลาด หลังคนแห่ซื้อทดแทน แต่ยังดีปีนี้ราคาข้าวถุงนิ่ง
นายสมเกียรติ มรรคยาธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวถุงมาบุญครอง เปิดเผยว่า สาเหตุที่น้ำมันรำข้าวในตลาดขาดแคลนขณะนี้ โดยในชั้นวางของห้างค้าปลีกส่วนใหญ่ไม่มีน้ำมันรำข้าวบรรจุขวดขาย คาดว่าเกิดจากประชาชนซื้อไปทดแทนการขาดแคลนของน้ำมันปาล์มและน้ำมันถั่วเหลืองบรรจุขวดช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดจากการกักตุนเพื่อปั่นราคา เนื่องจากกำลังการผลิตน้ำมันรำข้าวมีจำกัด สัดส่วนไม่ถึง 10% ของน้ำมันพืชทั้งระบบ ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันปาล์ม ตามด้วยน้ำมันถั่วเหลือง
ทั้งนี้ คาดว่าสถานการณ์น้ำมันรำข้าวจะกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง หลังจากปัญหาน้ำมันปาล์มและน้ำมันถั่วเหลืองคลี่คลาย โดยปกติตลาดน้ำมันรำข้าวในประเทศจากระบบการผลิตทั้งหมด จะเป็นส่งออก 70-80% ที่เหลือบริโภคภายใน เพราะคนไทยนิยมบริโภคน้ำมันรำข้าวน้อยมากหรือประมาณ 56% ส่วนใหญ่ภาคอุตสาหกรรมใช้มากกว่า
ด้านสถานการณ์ราคาข้าวถุง ยืนยันจะยังไม่ปรับขึ้นราคาในระยะนี้หรืออย่างน้อยครึ่งปี เพราะแนวโน้มราคาข้าวในตลาดลดลง แม้ต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการข้าวถุงจะปรับตัวสูงขึ้นจากการสต๊อกข้าวไว้ เนื่องจากราคาข้าวปีก่อนสูงกว่าปีนี้ เฉลี่ยข้าวขาวบรรจุถุงในตลาดขาย 100 บาท/ถุง (5 กก.) ต่ำกว่าราคาเพดานที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด 200 บาท/ถุง ส่วนข้าวหอมมะลิเฉลี่ย 180-200 บาท/ถุง ต่ำกว่าราคาเพดาน 250 บาท/ถุง
สาเหตุที่แนวโน้มราคาข้าวลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการระบายสต๊อกข้าวของรัฐบาลที่ผ่านมา แต่คาดว่าเป็นผลกระทบระยะสั้น นอกจากนี้ยังเป็นผลกระทบมาจากราคาส่งออกข้าวต่างประเทศ ที่ขณะนี้ข้าวเวียดนามกำลังตีตลาดต่างประเทศอยู่ โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิที่กำลังประสบปัญหา เพราะนอกจากเวียดนามจะส่งข้าวหอมที่ผลิตเองได้ส่งออกแล้ว ยังนำเข้าข้าวหอมจากกัมพูชามาส่งออก ในราคาที่ห่างจากข้าวไทย 300 เหรียญสหรัฐ/ตัน หรือข้าวหอมเวียดนามอยู่ที่ 700 เหรียญสหรัฐ แต่ข้าวหอมมะลิไทย 1,000 เหรียญสหรัฐ/ตัน แม้ปริมาณส่งออกจะยังไม่มากแค่หลักแสน แต่อนาคนเป็นเรื่องน่าห่วง เพราะหากเวียดนามเพื่อผลผลิตข้าวได้มากขึ้นก็อาจแข่งกับตลาดข้าวหอมของไทย เหมือนกันข้าวขาวที่ถูกเวียดนามแย่งตลาดส่งออกเป็นอันดับ 1 แล้วขณะนี้
อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มราคาข้าวที่ลดลง แต่ต้นทุนการผลิตข้าวถุงของกลุ่มผู้ประกอบการสูงขึ้น ในส่วนของบริษัทได้ใช้วิธีปรับตัวด้วยการเพิ่มไลน์สินค้าตัวใหม่เข้าสู่ตลาด
ล่าสุดได้ทำข้าวหอมมะลิบรรจุถุงเกรดพรีเมียม หรือนำข้าวหอมมะลิต้นฤดูกาลมาผ่านกระบวนการจัดเก็บชั้นดี ด้วยการรักษาอุณหภูมิให้คงที่ ทำให้ได้คุณภาพข้าวชั้นดีเก็บได้นานถึง 1 ปี ออกสู่ตลาดภายในเดือน เม.ย. และเริ่มรุกตลาดข้าวกระสอบขนาด 15 กก. และ 50 กก. ในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งจะช่วยรักษาส่วนแบ่งตลาดข้าวในประเทศที่มีการแข่งขันสูงได้ โดยสัดส่วนธุรกิจข้าวของบริษัทเป็นการทำตลาดในประเทศ 70% อีก 30% เพื่อการส่งออก







