
เฉลิม แจกกลยุทธ์ชูยุทธศาสตร์ชนะเลือกตั้ง
เฉลิม แจกกลยุทธ "15S" และ"ชูยุทธศาสตร์ 7 แผน 4ปรับ 3หลัก 6 เร่ง" ชนะเลือกตั้งให้ส.ส.เพื่อไทย ใช้หาเสียง
เฉลิม แจกกลยุทธ "15S" และ"ชูยุทธศาสตร์ 7 แผน 4ปรับ 3หลัก 6 เร่ง" ชนะเลือกตั้งให้ส.ส.เพื่อไทย ใช้หาเสียง
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ได้แจกเอกสาร”กลยุทธที่นิยมใช้ในการหาเสียง”ให้สื่อมวลชนก่อนขึ้นไปสัมมนาผู้สมัครส.ส.ระบบเขต310คน โดยมีสาระสำคัญว่า strength คือ จุดแข็งผู้สมัครรับเลือกตั้ง จุดแข็งของนโยบายพรรคการเมือง Star คือ ความเป็นดาราในดวงใจของประชาชนของผู้สมัครับเลือกตั้ง Sign คือ กลยุทธ์การหาเสียงด้วยป้ายหาเสียงหรือใช้สัญลักษณ์ต่างๆ Slogan คือ กลยุทธ์การสื่อสารด้วยคำขวัญ หรือคำพูดที่คล้องจองกระชับจดจำได้ง่าย Showsคือ กลยุทธ์การเดินหาเสียงแสดงตนให้ประชาชนพบปะตามสถานที่ต่างๆ
Sawasdeeคือแสดงการทักทายผู้คนด้วยการพนมมือแสดงการสวัสดี Speechคือกลยุทธ์การปราศรัยเป็นกลยุทธ์หาเสียงที่ใช้กันมานาน มีข้อจำกัดเรื่องความสามารถของบุคคล Seminar คือการสัมมนาของผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือการสัมมนาของพรรคการเมือง Signature คือการให้ลายเซ็นของผู้สมัครรับเลือกตั้งให้ประชาชนที่ชื่นชอบเก็บไปเป็นที่ระลึก SMS คือ การส่งข้อมูลผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่
Staffsคือการใช้หัวคะแนนหรือการใช้ทีมงานในการหาเสียง Sympathy คือการขอความเห็นอกเห็นใจ ขอโอกาสให้ตนเข้าไปรับใช้พี่น้องประชาชนเป็นครั้งแรกในสภา Staysคือในรูปของการที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งใช้ระยะเวลาคลุกคลีกับชาวบ้าน Stickersคือใช้สติกเกอร์หาเสียง มักจะเชิญชวนให้เลือกพรรคของตนหรือระบุชื่อและหมายเลขของผู้สมัครรับเลือกตั้ง Strategyคือวางกลยุทธ์การหาเสียงในลักษณะที่ต้องการหาช่องทางที่จะบรรลุเป้าหมายทางการตลาด
นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ยังแจกเอกสาร”ยุทธศาสตร์ 7 แผน 4ปรับ 3หลัก6เร่ง"ดังต่อไปนี้ โดย 7 แผน คือ 1.แผนการสกัดกั้นอำนาจรัฐ เพื่อสอดสาองติดตามพฤติกรรมการใช้อำนาจรัฐ คุกคาม ข่มขู่ ประชาชนและสกัดกั้นการใช้อำนาจรัฐโดยอาศัยองค์กรของพรรค สื่อสารมวลชน และองค์กรภาคเอกชน 2.แผนการสกัดกั้นอำนาจเงิน เพื่อสอดส่องติดตามพฤติกรรมการใช้อำนาจเงิน ในการทุจริตการเลือกตั้ง 3.แผนการสกัดกั้นอำนาจมืด เพื่อสอดส่องติดตามพฤติกรรมการใช้อิทธิพล อำนาจมืดคุกคาม ข่มขู่ประชาชนและสกัดกั้นการใช้อิทธิพลและอำนาจมืด
4.แผนการประชาสัมพันธ์ สำรวจ ศึกษาวัฒนธรรมและความต้องการแต่ละท้องถิ่นเพื่อประชาสัมพันธ์ในพื้นที่เลือกตั้งเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการท้องถิ่น 5.แผนการจัดตั้งมวลชน สำรวจและประเมินความได้เปรียบเสียเปรียบในแต่ละพื้นที่อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ 6.แผนการหาเสียง นำข้อผิดพลาดและบทเรียนจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาและข้อมูลจากการสำรวจและเมินพื้นที่มาใช้วางแผนการหาเสียง เพื่อให้การหาเสียงในพื้นที่เป็นไปอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ 7.แผนการบริหารจัดการ ปรับปรุงการบริหารจัดการภายในพรรค เพื่อให้สอดคล้องและปฎิบัติตามแผนทั้ง 6 ข้างต้นได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
ส่วนคือ4 ปรับ คือ 1.ปรับวิธีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ 2.ปรับวิธีการจัดตั้งมวลชน 3.ปรับวิธีการหาเสียงและ4.ปรับวิธีการบริหารจัดการ จะต้องยึดมั่นใน 3 หลักคือ 1.หลักการประชาธิปไตย ยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข พรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน 2.หลักการเพื่อประชาชน สร้างนโยบายและทำงานเพื่อให้ประชาชนกินดี อยู่ดีและมีคความสุข สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ 3. หลักการของพรรค ยึดมั่นในนโยบายของพรรคซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่าทำได้จริง
นอกจากนี้ ต้องดำเนินการใน 6 เร่งคือ1.เร่งดำเนินการสร้างเครือข่ายร่วมองค์กรของพรรค สื่อสารมวลชนและองค์กรภาคเอกชน เพื่อสกัดกั้นอำนาจรัฐ อำนาจมืดและอำนาจเงิน 2.เร่งดำเนินการประสานงานกับทุกฝ่ายภายในพรรค เพื่อให้เกิดความเข้าใจในยุทธศาสตร์ที่ตรงกันปฏิบัติงานสอดคล้องและเกื้อหนุนกันอย่างเป็นระบบ 3.เร่งดำเนินการตั้งคณะทำงานเพื่อจัดตั้งมวลชนในแต่ละพื้นที่ 4.เร่งดำเนินการตั้งคณะทำงานเพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในแต่ละพื้นที่ 5.เร่งดำเนินการสำรวจศึกษาวัฒนธรรมและความต้องการของแต่ละท้องถิ่นในภาวะการณ์ปัจจุบัน จำแนกมวลชนชนในพื้นที่เพื่อจัดทำแผนปฎิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ 6.เร่งปลุกจิตสำนึกบุคลากรของพรรค ปรับทัศนคติในการปราศรัยหาเสียงและการลงพื้นที่หาเสียง ส.ส.และว่าที่ผู้สมัครให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ เพื่อให้การหาเสียงเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ







