
เร่งประสานตำรวจสากลล่าหัวหน้าแก๊งอุ้มบุญ
สตม.ประสานตร.สากลล่าหัวหน้าแก๊งอุ้มบุญ แต่ยังมึนไม่รู้หลบหนีอยู่ไหน เผยหากจะเอาผิดรพ.ที่ช่วยทำคลอดต้องปล่อยให้สธ.ดำเนินการเอง
สตม.ประสานตร.สากลล่าหัวหน้าแก๊งอุ้มบุญ แต่ยังมึนไม่รู้หลบหนีอยู่ไหน เผยหากจะเอาผิดรพ.ที่ช่วยทำคลอดต้องปล่อยให้สธ.ดำเนินการเอง
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)ร่วมกับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บุกจับแก๊งชาว จีน-ไต้หวัน ที่เปิดบริษัทรับจ้างตั้งครรภ์ทางโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต ก่อนลวงหญิงเวียดนามกักขัง ยึดพาสปอร์ต เพื่ออุ้มบุญให้เศรษฐีต่างชาติ เสียค่าใช้จ่าย 1.5 ล้านบาทต่อคน ส่วนหญิงเวียดนามได้ค่าจ้างอุ้มท้องคลอดเด็ก 1.5 แสนบาท และใช้ รพ.เอกชน ย่านมีนบุรี รับทำคลอด เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดพล.ต.ต.ม.ล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ รอง ผบช.สตม. เปิดเผยความคืบหน้าว่า เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหาย ที่เป็นหญิงชาวเวียดนามจำนวน 13 คน และผู้ต้องหาชาวจีน-ไต้หวัน ที่จับกุมได้ 5 รายแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ ให้ออกหมายจับ นายเสียง ลุง โล ชาวจีน-ไต้หวัน หัวหน้าแก๊งอุ้มบุญที่หลบหนีอยู่ คาดว่าสัปดาห์หน้าจะสามารถขอหมายจับได้ นอกจากนี้ สตม.ยังได้ประสานงานกับตำรวจสากล เพื่อหาแหล่งกบดานของหัวหน้าแก๊งแต่ยังไม่ทราบว่าหลบหนีอยู่ที่ไหน อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาที่จับได้นั้นนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้แล้ว
พล.ต.ต.ม.ล.พันธ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันได้นำเหยื่อสาวชาวเวียดนามทั้งหมดไปฝากดูแลที่สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ บ้านเกร็ดตระการ เนื่องจากส่วนใหญ่กำลังตั้งท้อง ส่วนจะส่งกลับประเทศเมื่อไหร่นั้น ทาง สตม.ยินดีเร่งทำคดีในส่วนผู้เสียหายให้เสร็จเร็วที่สุด ขึ้นอยู่กับทางสถานฑูตเวียดนามว่าต้องการให้ส่งตัวกลับเมื่อใด เพราะต้องดูเรื่องความปลอดภัยทั้งตัวเด็กในท้อง และแม่เด็กด้วย นอกจากนี้มีหญิงชาวเวียดนามคลอดลูกแล้ว 1 ราย แต่เด็กมีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ กำลังพักฟื้นอยู่ที่ รพ.ย่านมีนบุรีทั้งคู่
"ในส่วนการดำเนินคดีกับโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องของกระทรวงสาธารณสุข และแพทย์สภาเอาผิด เพราะการทำเด็กหลอดแก้วนั้น ยังไม่มีบทลงโทษทางอาญา มีแต่ความผิดทางวินัย สามารถลงโทษแทพย์ที่รู้เห็นเกี่ยวข้อง โดยการยึดใบประกอบโรคศิลป์ และพักงานหมอเท่านั้น ส่วน สตม.จะสามารถดำเนินคดีข้อหา ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและใช้ประโยชน์ทางการค้าได้หรือไม่นั้น แต่ต้องรอสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดว่า รพ.และแพทย์ รู้เห็นเกี่ยวข้องหรือไม่" รอง ผบช.สตม.กล่าว







