posttoday
ตร.เผยยอดใบสั่งทั่วกทม.ปี53ลดลง

ตร.เผยยอดใบสั่งทั่วกทม.ปี53ลดลง

23 กุมภาพันธ์ 2554

ตำรวจแจงสรุปยอดออกใบสั่งทั่วกรุงรอบปี  2553 รวม 1.8 ล้านใบ น้อยกว่าปีก่อนอื้อ แต่ข้อหา จอดในที่ห้าม ยังฮิตเหมือนเดิม ด้านขณะที่ยอดออกหมายเรียกฝ่าไฟแดงจากกล้องตรวจจับลดเช่นกัน

ตำรวจแจงสรุปยอดออกใบสั่งทั่วกรุงรอบปี  2553 รวม 1.8 ล้านใบ น้อยกว่าปีก่อนอื้อ แต่ข้อหา จอดในที่ห้าม ยังฮิตเหมือนเดิม ด้านขณะที่ยอดออกหมายเรียกฝ่าไฟแดงจากกล้องตรวจจับลดเช่นกัน

พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( รอง ผบช.น.) รับผิดชอบงานด้านการจราจร ชี้แจงรายงานสรุปภาพรวมการออกใบสั่งจราจรให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนที่กระทำความผิดกฎหมายจราจรในรอบปี 2553 ที่ผ่านมาในพื้นที่กทม.ว่า  เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทำการออกใบสั่งความผิดจราจรไปแล้วทั้งหมด 1,856,625 ใบคิดเป็นค่าเฉลี่ยแล้วเดือนละ 1.5  แสนใบ  

ตร.เผยยอดใบสั่งทั่วกทม.ปี53ลดลง

หากเปรียบเทียบกับปี 2552 ที่ผ่านมามียอดลดลงเกือบ 6 แสนใบ  โดยปี 2552 นั้นมีการออกใบสั่งเป็นจำนวน 2,423,202 ใบคิดเป็นค่าเฉลี่ยในการออกใบสั่งต่อเดือนคือ 2 แสนกว่าใบ เป็นการกระทำความผิดต่อหน้าเจ้าพนักงานยังไม่ได้รวมไปถึงผู้ที่กระทำผิดแล้วไม่ได้ถูกจับกุมหรือถูกจับกุมแล้วมีการว่ากล่าวตักเตือนแล้วปล่อยไปจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตามแต่ ซึ่งคนส่วนนี้อาจจะมากกว่าคนที่ถูกจับกุมและมีการออกใบสั่งเสียด้วยซ้ำ

รอง ผบช.น.กล่าวอีกว่า ข้อหายอดฮิตที่ผู้ใช้รถใช้ถนนคน กทม.กระทำผิดมากที่สุดอันดับ 1  คือ  จอดรถในเขตห้ามจอดมีจำนวนมากถึง  287,484 ใบ   รองลงมาคือข้อหา ไม่นำสำเนาภาพถ่ายคู่มือจดทะเบียนรถแสดงต่อเจ้าพนักงาน   มีจำนานเกือบ 1 แสนกว่าใบ   ข้อหาอันดับ 3 คือ ไม่มีหรือไม่พกใบอนุญาตขับขี่มาแสดง เป็นจำนวน 87,992 ใบ  ข้อหาอันดับ 4 ใช้รถที่มีส่วนควบคุมหรืออุปกรณ์ไม่ครบถ้วนจำนวน 75,058 ใบ และข้อหาอันดับ 5 ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรหรือเครื่องหมายจราจร  68,328 ใบ

ส่วนหมายเรียกตลอดทั้งปี 2553 ที่ออกโดยผลการตรวจสอบจากกล้องตรวจจับการฝ่าสัญญาณไฟแดง หรือเรดไลต์  คาเมร่า ในเขตกรุงเทพฯ 30 จุดที่กองบังคับการตำรวจจราจรดำเนินการออกหมายเรียกส่งไปรษณีย์ให้ผู้กระทำผิดหรือเจ้าของรถมาเสียค่าปรับนั้นมีมากถึง 408,000 ราย แต่หากเปรียบเทียบกับปี2552 แล้วลดลงเกือบ  1.49 แสนใบทีเดียว  เพราะปี 2552 มีผู้ฝ่าฝืนกระทำผิดจำนวน 549,840 ราย ความผิดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมือง  น่าจะเกิดจากความระมัดระวังตัวของผู้ขับขี่มากขึ้นซึ่งอนาคตอาจทีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ หากรัฐบาลและ กทม.ให้การสนุนงบประมาณในการติดตั้งกล้องให้มากขึ้น


 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ