
ครม.ตามใจ‘ไอซีที’ เดินหน้าไล่บี้ไทยคม
ครม.สั่งไทยคมยิงดาวเทียมไทยคมดวงใหม่–คืนเงินค่าสินไหม แต่ให้ชินคอร์ปยืนสัดส่วนหุ้นเดิมคือไม่น้อยกว่า 51%
ครม.สั่งไทยคมยิงดาวเทียมไทยคมดวงใหม่–คืนเงินค่าสินไหม แต่ให้ชินคอร์ปยืนสัดส่วนหุ้นเดิมคือไม่น้อยกว่า 51%
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบตามที่คณะกรรมการประสานงานการกำกับดูแลและติดตามผลการดำเนินงานตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ มาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ เสนอ คือให้บริษัท ไทยคม ต้องจัดให้มีดาวเทียมสำรองดาวเทียมไทยคม 3 เพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และได้สั่งการให้ ได้รายงานถึงการพิจารณากรณีการอนุมัติดาวเทียมไอพีสตาร์โดยมิชอบ ซึ่ง ครม.มีมติรับทราบ ตามข้อเสนอ โดยให้บริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) ควรต้องดำเนินการจัดให้มีดาวเทียมสำรองของดาวเทียมไทยคม 3 ตามข้อกำหนดของสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมฯ เพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลฏีกาแผนคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งนี้ ให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะคู่สัญญา เร่งรัดให้ไทยคมทำตามที่ ครม.มีมติ
นอกจากนี้ ครม.มีมติให้กระทรวงไอซีทีคงสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น ในบริษัท ไทยคม สัดส่วนไม่น้อยกว่า 51% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดตามเดิม และมีมติให้บริษัทไทยคม คืนเงินค่าสินไหมทดแทนของดาวเทียมไทยคม 3 ที่ได้รับความเสียหาย 6,765,299 เหรียญสหรัฐ ส่งคืนให้กับกระทรวงไอซีที แต่ให้หารือกับกระทรวงการคลังว่าจะคืนในรูปแบบใด
แหล่งข่าวจากที่ประชุม ครม. เปิดเผยว่า ในที่ประชุม ครม. มีการถกเถียงระหว่างการหารือวาระการขอความเห็นชอบเพื่อดำเนินการหลังคำพิพากษา ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกรณีการดำเนินงานให้เป็น ไปตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารในประเทศ ซึ่งมีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางว่าทาง ครม.จำเป็นต้องลงมติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ เพราะรัฐมนตรีทุกคนเห็นว่าเห็นชอบหรือไม่ ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)นำเสนอแนวทางการฟ้องร้องและการยกเลิกสัญญาสัมปทาน ในที่สุดนายกรัฐมนตรีได้ขอความเห็นจากนายอัชฌาพร จารุจินดา เลขาธิการสำนักงานกฤษฎีกาจึงให้ความเห็น ว่า ครม.ควรรับทราบทั้งนี้รัฐมนตรีทุกคนในที่ประชุม ครม.มีความเห็นพ้องว่าเรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับ ครม.ตั้งแต่ต้น เนื่องจากเป็นการทำสัญญาระหว่างกระทรวงไอซีทีกับบริษัทเอกชน ดังนั้น ครม.ควรแค่รับทราบให้กระทรวงไอซีทีไปดำเนินการตามแนวทางที่เสนอเท่านั้น ทั้งในส่วนของ การฟ้องร้องหรือยกเลิกสัญญาจึงไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุม ครม.
รายงานข่าวแจ้งว่า สมประสงค์ บุญยะชัย ประธานชินคอร์ปพร้อมคณะเข้าพบนายกฯ ที่ทำเนียบฯ แจง ไม่ยุ่งการเมือง ดำเนินธุรกิจมีธรรมาภิบาล ด้านรัฐแจงกลับทำตามกฎหมายเมื่อเวลา 08.00 น. นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น และคณะ อาทิ นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ได้เดินทางเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนายอภิสิทธิ์กล่าวภายหลังการเข้าพบว่า ผู้บริหารเอไอเอสได้เข้ามาชี้แจงว่าทางบริษัทไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และยืนยันว่าทำธุรกิจมีธรรมาภิบาล ส่วนเรื่องค่าปรับ ไม่ได้มีการพูดคุยกัน







