posttoday
"นิพิฏฐ์"ห่วงดุลการตรวจสอบคุณสมบัติ สว. ปม กกต.ขอชี้อำนาจศาล

"นิพิฏฐ์"ห่วงดุลการตรวจสอบคุณสมบัติ สว. ปม กกต.ขอชี้อำนาจศาล

04 พฤศจิกายน 2569

"นิพิฏฐ์"ห่วงมติ กกต. 5 ต่อ 2 ขอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอำนาจ กระทบการตรวจสอบคดีเลือก สว. จับตาผลต่อคดีในศาลฎีกา

KEY

POINTS

  • นิพิฏฐ์กังวลว่า คำร้องของ กกต.อาจกระทบกระบวนการตรวจสอบคดีเลือก สว.และนำไปสู่ข้อขัดแย้งเรื่องเขตอำนาจระหว่างศาล
  • กกต.เสียงข้างมากเตรียมขอวินิจฉัยความเป็นที่สุดของคำสั่งรับสมัคร และขอบเขตการตรวจสอบกรณีที่ กกต.ยกคำร้อง
  • ผลต่อคดีในศาลฎีกายังต้องรอการพิจารณา ไม่อาจสรุปว่าคำร้องจะทำให้คดียุติหรือปิดทางตรวจสอบโดยทันที

 

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความกังวลต่อดุลการตรวจสอบคดีเลือกสมาชิกวุฒิสภา หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยประเด็นหน้าที่และอำนาจที่เชื่อมโยงกับการพิจารณาคดีของศาลฎีกา

นิพิฏฐ์มองว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้ “ไม่ธรรมดา” พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า กกต.กำลังขอให้ศาลรัฐธรรมนูญจำกัดอำนาจศาลฎีกาในการพิจารณาคำร้องของ สว.สำรอง ซึ่งต้องการให้ตรวจสอบการใช้อำนาจของ กกต.

จับตาการตรวจสอบ กกต.ในชั้นศาล

นายนิพิฏฐ์ระบุว่า เขาและทีมทนายสนับสนุนการจัดทำสำนวนให้ผู้สมัคร สว. และกำลังรอคำวินิจฉัยของศาลฎีกา โดยคาดหวังว่าศาลจะตรวจสอบการทำงานของ กกต.ผ่านกระบวนการพิจารณาคดี

ในมุมของนายนิพิฏฐ์ การที่ศาลฎีการับคำร้องไว้พิจารณาสะท้อนว่าศาลได้พิจารณาเรื่องอำนาจของตนแล้ว จึงเกิดคำถามตามมาว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยภายหลังว่าศาลฎีกาไม่มีอำนาจ จะนำไปสู่ข้อขัดแย้งเรื่องเขตอำนาจระหว่างศาลหรือไม่

“หากต่อมา ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าศาลฎีกาไม่มีอำนาจพิจารณา ก็ดูเหมือนจะเป็นการปะทะกันระหว่างศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกา” นิพิฏฐ์แสดงความเห็น

อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตดังกล่าวเป็นความเห็นของนายนิพิฏฐ์ ยังไม่ใช่ข้อยุติว่าศาลทั้งสองมีความขัดแย้งเรื่องอำนาจเกิดขึ้นแล้ว

 

สองประเด็นคำร้องที่ต้องติดตาม

คำขอของ กกต.มีสองประเด็นหลัก ประเด็นแรก ต้องการให้วินิจฉัยว่า เมื่อผู้อำนวยการเลือกระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ มีคำสั่งรับสมัครและประกาศรายชื่อผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามแล้ว คำสั่งดังกล่าวเป็นที่สุดหรือไม่ เว้นแต่กรณีตามมาตรา 63 แห่งกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ. 2561

ประเด็นที่สองเกี่ยวกับความเป็นที่สุดของคำวินิจฉัย กกต.ตามมาตรา 60 วรรคสอง และมาตรา 62 โดยมีคำถามสำคัญว่า เมื่อ กกต.ยกคำร้องหรือไม่ดำเนินการต่อ ศาลฎีกายังมีอำนาจตรวจสอบ ทบทวน หรือไต่สวนเพิ่มเติมได้เพียงใด

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังศาลฎีการับคำร้องคัดค้านคุณสมบัติและคำขอทบทวนคำวินิจฉัยของ กกต.รวม 3 คดี เกี่ยวข้องกับ สว.และผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศ 5 ราย

 

จากคดีรายบุคคลสู่คำถามเรื่องดุลอำนาจ

ข้อถกเถียงเรื่องอำนาจตรวจสอบยังเกิดขึ้นท่ามกลางการดำเนินคดีเกี่ยวกับข้อกล่าวหาฮั้วเลือก สว. ซึ่งข้อมูลต้นฉบับระบุว่า สำนวนสอบสวนครอบคลุมผู้เกี่ยวข้อง 229 ราย ก่อน กกต.ส่งคำร้องต่อศาลฎีกา 77 ราย ส่วนอีก 152 รายถูกยกคำร้องหรือตัดออกจากส่วนที่ส่งศาล

อย่างไรก็ตาม คดีข้อกล่าวหาฮั้วเลือก สว.กับคดีโต้แย้งคุณสมบัติผู้สมัครเป็นคนละประเด็น แม้ต่างเชื่อมโยงกับคำถามเรื่องขอบเขตการตรวจสอบการใช้อำนาจของ กกต.

สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือ ขอบเขตคำขอที่ กกต.จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ และศาลจะรับพิจารณาหรือไม่ ส่วนผลต่อคดีในศาลฎีกาต้องพิจารณาจากคำวินิจฉัยและกระบวนการของศาลที่เกี่ยวข้อง จึงยังไม่อาจสรุปว่าคำร้องครั้งนี้จะทำให้คดีใดยุติหรือปิดทางตรวจสอบโดยอัตโนมัติ

ข่าวล่าสุด

ครม.เคาะขึ้นภาษี EV 35% EVAT ชู 8 ข้อเสนออุ้มการผลิตในไทย

ครม.เคาะขึ้นภาษี EV 35% EVAT ชู 8 ข้อเสนออุ้มการผลิตในไทย