posttoday
ศึกซักฟอกติดกรอบเวลา ชี้ชะตาเกมขยายขั้วรัฐบาลอนุทิน

ศึกซักฟอกติดกรอบเวลา ชี้ชะตาเกมขยายขั้วรัฐบาลอนุทิน

25 ตุลาคม 2569

รัฐบาลยืนยันพร้อมรับศึกซักฟอกปลายเดือนตุลาคม ขณะที่ฝ่ายค้านขอเวลาอภิปราย 4 วันก่อนลงมติ ความขัดแย้งเรื่องวันอาจกระทบทั้งการตรวจสอบและสมการรัฐบาลผสม

KEY

POINTS

  • รัฐบาลต้องการจัดอภิปรายในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม ส่วนฝ่ายค้านต้องการให้เลื่อนไปเดือนพฤศจิกายน
  • สูตรเวลา 3+1 วันของรัฐบาลกับ 4+1 วันของฝ่ายค้านยังหาข้อยุติไม่ได้ ขณะที่ปฏิทินภารกิจของนายกรัฐมนตรีมีข้อจำกัด
  • ความไม่แน่นอนของศึกซักฟอกเชื่อมโยงกับกระแสข่าวดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาลหลังการอภิปราย

 

ศึกซักฟอกติดกรอบเวลา

 

การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้กำลังเผชิญทางตันจากการกำหนดวันและระยะเวลา ฝ่ายรัฐบาลยืนยันพร้อมรับการอภิปรายในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม โดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ระบุว่ารัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายเลื่อนภารกิจเพื่อเตรียมเข้าร่วมประชุมสภาแล้ว

 

ฝ่ายค้านต้องการจัดอภิปรายในเดือนพฤศจิกายนและขอเวลาอภิปรายเนื้อหา 4 วัน ก่อนลงมติอีก 1 วัน ขณะที่รัฐบาลเสนอสูตร 3+1 วัน ความต่างนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนวันเพียงอย่างเดียว แต่กระทบต่อเวลาที่ฝ่ายค้านจะใช้ตรวจสอบรัฐมนตรี 18 คน และจังหวะบริหารภารกิจของรัฐบาล

 

เมื่อนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ปิดทางเลือกการอภิปรายในเดือนพฤศจิกายน โดยระบุผ่านรายการ"ครม. อนุทิน พบประชาชน"ว่าจัดตารางได้ยาก ปฏิทินภารกิจของรัฐบาลจึงกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญ ตั้งแต่การเยือนภูฏานและงานพืชสวนโลกช่วงต้นเดือน ไปจนถึงการประชุมสุดยอดอาเซียนและเอเปค ตลอดจนการประชุมร่วมกับเลขาธิการ OECD ในช่วงปลายเดือน

 

 

 

แม้จะมีช่วงว่างระหว่างวันที่ 9–12 พฤศจิกายน แต่การจัดประชุมยังติดเงื่อนไขเรื่องวันลงมติ หากใช้สูตร 4+1 วัน การลงมติจะตรงกับวันที่ 13 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่นายกรัฐมนตรีจีนเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ส่วนสูตร 3+1 วันจะทำให้ฝ่ายค้านต้องจบการอภิปรายภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน และลงมติวันที่ 12 พฤศจิกายน โดยรัฐบาลพร้อมเลื่อนประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อรองรับกรอบดังกล่าว

 

ทั้งนี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎร "โสภณ ซารัมย์" มีบทบาทกำหนดระเบียบวาระการประชุม ท่ามกลางข้อจำกัดที่ทำให้กรอบเวลาของทั้งสองฝ่ายไม่ลงตัว  

 

อนุทิน ชาญวีรกูล

 

ปมซักฟอกกับสมการรัฐบาล

หากไม่สามารถตกลงกรอบเวลาได้ การอภิปรายอาจไม่เกิดขึ้นในสมัยประชุมนี้ ซึ่งจะทำให้ฝ่ายค้านเสียโอกาสตรวจสอบรัฐมนตรีผ่านเวทีสภา ขณะที่รัฐบาลรักษาจังหวะทางการเมืองไว้ได้ ข้อสรุปดังกล่าวเป็นการประเมินตามเงื่อนไขที่ระบุในรายงาน ไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นแล้ว

ความไม่แน่นอนยังเกิดขึ้นในช่วงที่มีข่าวการขยายขั้วรัฐบาล โดยจับตาความเป็นไปได้ที่พรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมหลังศึกซักฟอก การกำหนดวันอภิปรายไม่ได้แยกจากการจัดสมดุลอำนาจภายในรัฐบาลผสม แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าการปรับขั้วจะเกิดขึ้นเมื่อใดหรือมีข้อตกลงอย่างไร

 

โสภณ ซารัมย์

 

อีกด้าน รายงานยกตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่า 2.1% ควบคู่กับคะแนนและอันดับดัชนีหลักนิติธรรม WJP ของไทย ซึ่งอยู่ที่อันดับ 80 คะแนน 0.50 รวมถึงคะแนนด้านการปราบปรามทุจริต 0.44 และความโปร่งใส 0.48 ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนบริบทที่รัฐบาลอาจถูกฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นตรวจสอบ    

 

ขั้นต่อไปจึงขึ้นอยู่กับการหาข้อยุติเรื่องวันและเวลาที่แต่ละฝ่ายยอมรับได้ หากยังตกลงไม่ได้ โอกาสจัดอภิปรายในสมัยประชุมนี้ย่อมลดลงตามการประเมินสถานการณ์ทางการเมือง ส่วนกระแสการดึงพรรคกล้าธรรมยังเป็นตัวแปรทางการเมืองที่ต้องติดตามหลังจากนี้.
 

ข่าวล่าสุด

ศึกซักฟอกติดกรอบเวลา ชี้ชะตาเกมขยายขั้วรัฐบาลอนุทิน

ศึกซักฟอกติดกรอบเวลา ชี้ชะตาเกมขยายขั้วรัฐบาลอนุทิน