posttoday
ปารีสเงียบเหงา! แบรนด์หรูแห่ล้อมไม้กั้นหน้าร้าน หวั่นม็อบบุกซ้ำรอย

ปารีสเงียบเหงา! แบรนด์หรูแห่ล้อมไม้กั้นหน้าร้าน หวั่นม็อบบุกซ้ำรอย

25 ตุลาคม 2569

แบรนด์หรูฝรั่งเศสแห่ตีไม้กั้นหน้าร้าน-จ้างการ์ดคุมเข้ม รับมือม็อบประท้วงระลอกใหม่ หวั่นซ้ำรอยเหตุปล้นสะดม

 

บรรดาร้านค้าแบรนด์หรูในประเทศฝรั่งเศสต่างเร่งนำแผ่นไม้มาตีกั้นกระจกหน้าร้าน พร้อมว่าจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอกชนและประกาศปิดให้บริการชั่วคราว เพื่อเตรียมรับมือกับการชุมนุมประท้วงระลอกใหม่ในวันเสาร์ 

 

มาตรการขั้นสูงสุดดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุผู้ก่อจลาจลบุกทุบทำลายและปล้นสะดมร้านค้าหลายร้อยแห่งในกรุงปารีส เมืองมาร์กเซย และเมืองบอร์กโดซ์

 

ฝรั่งเศสในฐานะประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนมากที่สุดในโลก ต้องพึ่งพาเม็ดเงินมหาศาลจากนักช็อปต่างชาติที่เดินทางมาซื้อสินค้าอย่างกระเป๋า Chanel และผ้าพันคอ Hermès เพื่อช่วยพยุงธุรกิจในยุคที่ความต้องการซื้อทั่วโลกกำลังชะลอตัว

 

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการหลายรายประเมินว่าการเปิดร้านตามปกติในเวลานี้มีความเสี่ยงสูงเกินไป

 

ปารีสเงียบเหงา! แบรนด์หรูแห่ล้อมไม้กั้นหน้าร้าน หวั่นม็อบบุกซ้ำรอย


 

เปิดชนวนม็อบฝรั่งเศสระลอกใหม่ ทำไมร้านค้าถึงหวั่นซ้ำรอยเหตุจลาจล?

 

การเตรียมพร้อมรับมือขั้นสูงสุดของภาคธุรกิจเกิดขึ้นก่อนที่กลุ่มผู้ประท้วงจะนัดรวมตัวเดินขบวนผ่านใจกลางกรุงปารีสในช่วงบ่ายวันเสาร์ โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

 

  • แกนนำการชุมนุม: นำโดยสหภาพนักศึกษาแห่งชาติฝรั่งเศส (UNEF) ร่วมกับกลุ่มเคลื่อนไหวเสื้อกั๊กเหลือง (Yellow Vest) ซึ่งเคยสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองมาตั้งแต่ปี 2018

 

  • ข้อเรียกร้องหลัก: ประท้วงปัญหาค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น และการตัดลดงบประมาณบริการสาธารณะของภาครัฐ

 

  • ความเสียหายจากสัปดาห์ก่อน: เหตุความไม่สงบเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาส่งผลให้ร้านค้าหลายร้อยแห่งในกรุงปารีส เมืองมาร์กเซย และเมืองบอร์กโดซ์ ถูกบุกพังทำลายและปล้นเอาทรัพย์สินไป

 

ด้าน โลรองต์ นูเนซ (Laurent Nuñez) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศส แถลงเมื่อวันศุกร์ว่า รัฐบาลได้สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 70,000 นาย พร้อมด้วยหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ลงพื้นที่ควบคุมสถานการณ์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงซ้ำรอยสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

แม้รัฐบาลจะระดมกำลังตำรวจคุมเข้ม แต่กลุ่มธุรกิจสินค้าหรูต่างไม่ขอเสี่ยงกับสถานการณ์และได้ประกาศมาตรการป้องกันตัวเองอย่างเข้มงวดในย่านช็อปปิ้งสำคัญของกรุงปารีส

ปารีสเงียบเหงา! แบรนด์หรูแห่ล้อมไม้กั้นหน้าร้าน หวั่นม็อบบุกซ้ำรอย

 

บรรยากาศรอบประตูชัยฝรั่งเศสเงียบเหงา นักท่องเที่ยววิตกกังวล

 

บรรยากาศบริเวณประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe) ก่อนที่ขบวนผู้ประท้วงจะเริ่มเคลื่อนตัว เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่พากันถ่ายภาพร้านค้าและร้านอาหารที่ถูกตีไม้ปิดทึบเป็นฉากหลัง ระหว่างแวะถ่ายเซลฟี่กับแลนด์มาร์กดัง

 

ขณะเดียวกัน พนักงานโรงแรมในพื้นที่เปิดเผยว่าต้องคอยให้คำแนะนำแก่แขกผู้เข้าพักที่กำลังวิตกกังวลเกี่ยวกับเส้นทางเดินขบวนและจุดที่ควรหลีกเลี่ยง ส่งผลให้ถนนสายท่องเที่ยวหลักๆ เงียบเหงาและแทบไร้ผู้คน แม้จะมีกำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอกชนกระจายกำลังอยู่เต็มพื้นที่ก็ตาม

 

สถานการณ์ความวุ่นวายในฝรั่งเศสยิ่งซ้ำเติมอุตสาหกรรมสินค้าหรูที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์เป็นอันดับต้นๆ โดย อีริค ดู อัลกูเอต์ (Eric du Halgouet) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Hermès เปิดเผยในสัปดาห์นี้ว่า

 

บริษัทได้ยกระดับการรักษาความปลอดภัยให้ร้านสาขาในฝรั่งเศสทั้งหมดแล้ว แต่ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบของเหตุการณ์ความไม่สงบที่มีต่อผลประกอบการ

 

ปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจแบรนด์เนมต้องเผชิญกับปัจจัยลบรอบด้านอยู่ก่อนแล้ว ได้แก่

 

  1. บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยที่ซบเซาลงทั่วโลก
  2. ภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลงจากผลกระทบของสงครามอิหร่าน
  3. ผลประกอบการรายไตรมาสที่เพิ่งประกาศออกมาในเดือนนี้ของกลุ่มยักษ์ใหญ่อย่าง LVMH, Hermès และ Kering ที่ออกมาน่าผิดหวังตามๆ กัน

 

 

ลิดิยา เชฟเชนโก (Lidiya Shevchenko) พนักงานขายของร้านกระเป๋า Graziella Braccialini แสดงความเห็นว่า แม้จะเปิดร้านตามปกติ แต่เธอก็ไม่คิดว่าจะมีใครอยากแวะมาเดินซื้อของท่ามกลางการประท้วงเช่นนี้

 

"สำหรับธุรกิจแฟชั่นแล้ว อารมณ์และบรรยากาศถือเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้ตัวสินค้า" — ลิดิยา เชฟเชนโก พนักงานขายร้านกระเป๋า Graziella Braccialini

 

ด้าน เจอร์รี เลย์ (Jerry Lay) นักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาที่เพิ่งซื้อสินค้าหลายรายการจากร้าน Louis Vuitton บนถนนฌ็องเซลิเซ่เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางมาฝรั่งเศสในอนาคตอย่างมาก

 

โดยระบุว่าแม้เขาจะชอบการมาช็อปปิ้งที่ฝรั่งเศสมาก แต่หลังจากต้องเผชิญกับเหตุประท้วงเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว โอกาสที่เขาจะตัดสินใจกลับมาเที่ยวที่นี่อีกครั้งในอนาคตคงเหลือเพียง 50 ต่อ 50 เท่านั้น

 

ข่าวล่าสุด

ประชาชน51.76% ไม่รู้จักอาสาพยาบาล หนุนเพิ่มจำนวนผู้ดูแลกลุ่มเปราะบาง

ประชาชน51.76% ไม่รู้จักอาสาพยาบาล หนุนเพิ่มจำนวนผู้ดูแลกลุ่มเปราะบาง