
สุริยะลุยน้ำท่วม เร่งระบายออกทะเล สั่งพร้อมช่วยเกษตรกรตลอด 24 ชั่วโมง
รมว.เกษตรฯ กำชับกรมชลประทานเตรียมเครื่องสูบน้ำและเจ้าหน้าที่ช่วยพื้นที่น้ำท่วม ใช้พื้นที่ตอนบนกักเก็บน้ำ ลดภาระแม่น้ำเจ้าพระยา
KEY
POINTS
- สุริยะสั่งกรมชลประทานเฝ้าระวังน้ำทั่วประเทศ เตรียมเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่ช่วยประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
- ลุ่มน้ำเจ้าพระยาใช้พื้นที่ตอนบนกักเก็บน้ำ พร้อมระบายผ่านระบบชลประทานสองฝั่ง เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรและเศรษฐกิจ
- เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ใช้ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ร่วมกับสถานีสูบน้ำ ระบายออกทะเลตามจังหวะน้ำขึ้นลง
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งกรมชลประทานและหน่วยงานในสังกัดเตรียมพร้อมช่วยประชาชนที่ประสบอุทกภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมและเศรษฐกิจ ก่อนลงพื้นที่ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจสอบความพร้อมของระบบระบายน้ำ
นายสุริยะกล่าวระหว่างเป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ ร่วมกับผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทาน สามเสน กรุงเทพฯ ว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ห่วงใยประชาชนที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในหลายพื้นที่ จึงกำชับกรมชลประทานติดตามสภาพอากาศและเฝ้าระวังน้ำทั่วประเทศ โดยเฉพาะจุดเสี่ยง
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องนำข้อมูลจากทุกภาคส่วนมาวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดสรรน้ำให้เหมาะกับแต่ละพื้นที่ พร้อมเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือ และเจ้าหน้าที่ให้เข้าช่วยประชาชนได้ทันที ส่วนพื้นที่เกษตรที่น้ำท่วม ให้เร่งติดตั้งเครื่องมือระบายน้ำออกโดยเร็ว
สำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยา นายสุริยะกำชับสำนักงานชลประทานที่ 10, 11 และ 12 ให้ใช้พื้นที่ตอนบนกักเก็บน้ำ ควบคู่กับใช้ระบบชลประทานฝั่งตะวันออกและตะวันตกระบายน้ำระหว่างพื้นที่ เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และปกป้องพื้นที่เพาะปลูกกับพื้นที่เศรษฐกิจ
พร้อมกันนี้ ให้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ประสานงาน ชี้แจงข้อมูลกับประชาชน และตรวจสอบระบบระบายน้ำ เพื่อให้หน่วยงานปรับแผนได้สอดคล้องกับสถานการณ์ และลดผลกระทบต่อผลผลิตของเกษตรกร
นายสุริยะยังสั่งให้เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำทั้งลำน้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ตรวจสอบอาคารชลประทานและสถานีสูบน้ำทุกแห่ง พร้อมใช้ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ร่วมกับสถานีสูบน้ำเพิ่มเติม เพื่อเร่งส่งน้ำออกสู่แม่น้ำสายหลักและอ่าวไทย โดยคำนึงถึงจังหวะน้ำทะเลขึ้นลง
ด้านข้อมูลข่าวสาร หน่วยงานต้องแจ้งสถานการณ์น้ำให้ประชาชนและเกษตรกรทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมรับมือได้ทันเวลา พร้อมบริหารน้ำให้สมดุลระหว่างบรรเทาอุทกภัย ลดผลกระทบต่อพื้นที่เกษตร และกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงขาดแคลน โดยยึดความปลอดภัยและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นหลัก







