posttoday
ศาลฎีกาฯ รับคำร้องกลุ่มสว.สำรอง ไต่สวนปม กกต. ยกร้อง 'คดีฮั้วสว.'

ศาลฎีกาฯ รับคำร้องกลุ่มสว.สำรอง ไต่สวนปม กกต. ยกร้อง 'คดีฮั้วสว.'

16 กันยายน 2569

ศาลฎีกาฯ รับคำร้องกลุ่มสว.สำรอง ปม คดีฮั้วสว. ล่าสุดศาลรับคำร้องเข้าสารบบแล้ว หวังเปิดไต่สวน ทบทวนการพิจารณาใหม่ทั้งระบบ

16 ก.ย. 2569 ที่ศาลฎีกา ถ.ราชดำเนิน กลุ่ม สว.สำรอง นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. ตลอดจนข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและการฮั้วเลือก สว. โดยล่าสุด ศาลฎีกาฯ ได้รับคำร้องดังกล่าวไว้ในสารบบเป็นคดีหมายเลขดำที่ ลต.สว.21/2569 แล้ว เพื่อพิจารณาตามขั้นตอน โดยในวันนี้ยังไม่ได้มีคำสั่งใด ๆ เกี่ยวกับคำร้อง

 

พล.ต.ท.คำรบ เปิดเผยว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้สืบเนื่องมาจากคำวินิจฉัยของ กกต. เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งประธาน กกต. แถลงผลการพิจารณาว่ามีการดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาเพียงบางส่วน ขณะที่ข้อกล่าวหาอีกหลายประเด็น โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่ 3 เรื่องโพย กกต. มีมติยกคำร้องโดยอ้างว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอ

 

ทั้งนี้ ตนยืนยันว่ามีขบวนการจัดทำโพยขึ้นจริง และโพยฉบับแรกที่พบถือเป็นหลักฐานบริสุทธิ์ที่ไม่มีการต่อเติมเสริมแต่ง ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น แต่ กกต. กลับมองเป็นเพียงความผิดส่วนบุคคลและเน้นวินิจฉัยในลักษณะคดีอาญาเป็นหลัก โดยไม่ได้นำมาตรา 62 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาพิจารณา ซึ่งกฎหมายระบุว่าหากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกไม่สุจริตเที่ยงธรรม ให้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อเพิกถอนสิทธิได้ การกระทำของ กกต. จึงเข้าข่ายไม่ปฏิบัติ ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง และเข้าข่ายละเมิดตามมาตรา 32 ของ พ.ร.ป.ฉบับเดียวกัน ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี

กลุ่ม สว.สำรอง จึงใช้สิทธิตามมาตรา 44 ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาภายใน 3 วัน เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งยกคำร้องของ กกต. ในข้อกล่าวหาที่ 1-3 และขอให้ศาลเปิดการไต่สวนใหม่ หากพบว่าการทุจริตทำกันเป็นขบวนการ ขอให้สั่งการให้ กกต. ทบทวนการพิจารณา สว. ทั้ง 138 คน แล้วส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาใหม่อีกครั้ง โดยยืนยันว่าได้เตรียมการและร่างคำร้องไว้ล่วงหน้าร่วมเดือน ส่วนกรณีที่ กกต.ชุดใหญ่ อ้างว่าพยานหลักฐานจากคณะอนุกรรมการชุด 36 มาไม่ถึงนั้น ในฐานะผู้บริหารต้องรับผิดชอบคำวินิจฉัยของตนเอง ไม่ควรโยนความผิดให้ผู้อื่น

 

นอกจากนี้ กลุ่ม สว.สำรอง ได้อ่านแถลงการณ์ย้ำว่า การยื่นเรื่องไม่ได้มุ่งช่วยใครหรือกดดันศาล แต่ต้องการให้ตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างครบถ้วน ทั้งพฤติการณ์และความเชื่อมโยงของเครือข่าย โดยใช้เกณฑ์ "หลักฐานอันควรเชื่อได้" ตามมาตรา 62 ซึ่งไม่จำเป็นต้องถึงระดับการพิสูจน์ความผิดทางอาญา เพื่อรักษาความสุจริตเที่ยงธรรมของระบบ ทั้งนี้ หากผลคดีถึงที่สุดแล้ว ศาลสั่งให้ สว. 26 รายหยุดปฏิบัติหน้าที่ ทางกลุ่มก็น้อมรับผลตามกระบวนการกฎหมายต่อไป

ข่าวล่าสุด

ศาลฎีกาฯ รับคำร้องกลุ่มสว.สำรอง ไต่สวนปม กกต. ยกร้อง 'คดีฮั้วสว.'

ศาลฎีกาฯ รับคำร้องกลุ่มสว.สำรอง ไต่สวนปม กกต. ยกร้อง 'คดีฮั้วสว.'