
เปิด 3 ฉากทัศน์ คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย
เปิด 3 ฉากทัศน์ คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง โบรกฯ ประเมินผลกระทบการเมืองและตลาดหุ้นไทย ชี้สถิติย้อนหลังก่อนรู้ผลตลาดติดลบ แต่หลังรู้ผลมักเริ่มฟื้นตัว
KEY
POINTS
- ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งในวันที่ 28 ก.ย. ซึ่งจะส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลและตลาดหุ้น
- มีการประเมินผลคำตัดสินเป็น 3 ฉากทัศน์ คือ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ (ส่งผลบวกต่อตลาด), มีปัญหาแต่ผลกระทบจำกัด (ตลาดแกว่งตัว), หรือการเลือกตั้งเป็นโมฆะ (กดดันตลาดและเงินทุนไหลออก)
- สถิติในอดีตชี้ว่าตลาดหุ้นมักปรับตัวลงก่อนมีคำตัดสินทางการเมือง และมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นหลังความไม่แน่นอนสิ้นสุดลง
ในวันที่ 28 กันยายน 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดนัดฟังคำวินิจฉัยชี้ขาด สำหรับคดีตรวจสอบกรณีมีบาร์โค้ด (Barcode) และคิวอาร์โค้ด (QR Code) บนบัตรเลือกตั้ง
หลังจากผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องว่าระบบบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง อาจทำให้สามารถตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งขัดต่อหลักการเลือกตั้งแบบลับหรือไม่
ก่อนหน้านี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้นั่งบัลลังก์ไต่สวนพยานบุคคล 5 ปาก พร้อมทั้งเดินหน้าเผชิญสืบสถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง และให้คู่กรณียื่นแถลงการณ์ปิดคดี ก่อนนำไปสู่การปรึกษาหารือ ลงมติ และนัดฟังคำวินิจฉัยในวันดังกล่าว
บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในวันที่ 28 กันยายน 2569 จะเกิดขึ้นได้ 3 ฉากทัศน์ ได้แก่
กรณีไม่ขัดรัฐธรรมนูญ
- ผลต่อการเลือกตั้ง-รัฐบาล การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ไม่เกิด Political Reset จากคดีนี้
- ผลต่อตลาดหุ้น รัฐบาลมีเสถียรภาพสามารถเดินหน้าเบิกจ่ายงบประมาณและพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจต่อได้
กรณีพบปัญหา แต่ผลกระทบจำกัด
- ผลต่อการเลือกตั้ง-รัฐบาล กกต. อาจถูกกดดันและต้องไปปรับปรุงกระบวนการทำงาน แต่โดยภาพรวมรัฐบาลยังสามารถบริหารประเทศต่อไปได้
- ผลต่อตลาดหุ้น แกว่งตัวออกข้าง (Sideways) งานรัฐบาล และงบประมาณเดินต่อปกติ
กรณีเลวร้าย กระทบความชอบธรรมของการเลือกตั้ง
- ผลต่อการเลือกตั้ง-รัฐบาล การเลือกตั้งที่ผ่านมาอาจโฆฆะและนำไปสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใหม่ หรือเกิดสุญญากาศทางการเมือง
- ผลต่อตลาดหุ้น อาจถูกกดดัน จากความกังวลเรื่องงบประมาณที่สะดุดและไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ Fund Flow ไหลออก บาทอ่อน
สถิติผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยก่อน-หลังประเด็นร้อนทางการเมือง
ทั้งนี้ หากย้อนดูข้อมูลสถิติผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยในช่วงที่มีวิกฤตหรือประเด็นร้อนทางการเมือง เช่น การยุบพรรค, การถอดถอนนายกฯ, การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ตั้งแต่ปี 2549-2565 พบรูปแบบที่น่าสนใจ คือ
- ช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์ ตลาดหุ้นมักจะปรับตัวลดลงจากความกังวลและความไม่แน่นอน โดยสถิติเฉลี่ยย้อนหลัง 30 วันก่อนรู้ผล ตลาดจะติดลบราว 3.66%
- ช่วงหลังเหตุการณ์ เมื่อศาลมีคำตัดสินหรือความไม่แน่นอนจบลง (ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นบวกหรือลบทางการเมือง) ตลาดมักจะเริ่มฟื้นตัว โดยสถิติเฉลี่ย 30 วันหลังเหตุการณ์ ตลาดหุ้นไทยมักจะกลับมาเป็นบวกได้ราว 0.92% (Buy on Fact)







