posttoday
จับตา กกต.ชี้ชะตาคดีฮั้ว สว. 229 รายส่งศาลฎีกาหรือยกคำร้อง

จับตา กกต.ชี้ชะตาคดีฮั้ว สว. 229 รายส่งศาลฎีกาหรือยกคำร้อง

14 กันยายน 2569

กกต.นัดลงมติ 15.00 น. วันนี้ หลังคณะชุดที่ 26 ชี้คดีมีมูล แต่ชุดที่ 36 เสียงข้างมากเสนอให้ยกคำร้อง จับตาชะตา สว. 138 ราย

KEY

POINTS

  • กกต. ชุดใหญ่ 7 คน นัดลงมติคดีฮั้วเลือก สว. วันนี้ (14 กันยายน 2569) เวลา 15.00 น. หลังคณะชุดที่ 26 และคณะชุดที่ 36 เสนอความเห็นตรงข้ามกัน
  • คณะชุดที่ 26 เห็นว่าคดีมีมูลและเสนอให้ดำเนินคดีครบ 229 ราย ขณะที่คณะชุดที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เสียงให้ยกคำร้องทั้งหมด
  • หาก กกต.ยื่นคำร้องและศาลฎีการับไว้พิจารณา สว.ที่ถูกกล่าวหาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ซึ่งจะเปลี่ยนสมดุลในวุฒิสภา

 

ศึกชี้ขาดสำนวน “ฮั้ว สว.”

 

วันที่ 14 กันยายน 2569 เวลา 15.00 น. คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. นัดพิจารณาและลงมติคดีทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งสังคมรู้จักในชื่อ “คดีฮั้ว สว.”

 

คดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย แบ่งเป็น สว.ชุดปัจจุบัน 138 ราย และกลุ่มนักการเมือง กรรมการบริหารพรรค รวมถึงเครือข่ายอีก 91 ราย

 

คำถามสำคัญอยู่ที่ กกต.จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้ไต่สวนต่อ หรือยุติคดีด้วยการยกคำร้อง หลังคณะทำงานสองชุดตรวจสำนวนเดียวกัน แต่ลงความเห็นคนละทิศทาง

 

ชุดที่ 26 ชี้มีมูล เสนอส่งครบ 229 ราย

 

คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 ซึ่งมี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน สรุปว่าคดีมีมูล และเสนอให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 ราย

 

คณะชุดนี้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI สอบปากคำพยานกว่า 700 ปาก พร้อมรวบรวมเอกสาร ข้อมูลโทรศัพท์ เส้นทางการเงิน และโพยลงคะแนน โดยรองเลขาธิการ กกต.ในนามสำนักงาน กกต. เห็นพ้องกับข้อสรุปดังกล่าว

 

หลักฐานที่ กกต.ต้องชั่งน้ำหนักครอบคลุมเส้นทางเงินที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว.มากกว่า 500 ล้านบาท รูปแบบลงคะแนนตามโพยซ้ำกัน และข้อมูลประชุมวางแผนในโรงแรมหลายแห่ง ซึ่งปรากฏตัว สว.ปัจจุบันอย่างน้อย 11 ราย

 

สำนวนยังระบุข้อมูลโอนเงินในหลายจังหวัด เช่น สุราษฎร์ธานี หนองบัวลำภู และอำนาจเจริญ กกต.จึงต้องตัดสินว่าหลักฐานทั้งหมดหนักแน่นถึงเกณฑ์ “อันควรเชื่อได้ว่า” มีการทุจริตหรือไม่

 

ชุดที่ 36 เสียงข้างมากชงยกคำร้อง

 

คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งชุดที่ 36 ซึ่งมี ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เป็นประธาน กลับลงมติด้วยเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เสียง เห็นว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล และเสนอให้ยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 ราย

 

อย่างไรก็ตาม เสียงข้างน้อย 2 คนเห็นว่า ควรชี้มูลความผิด สว.ปัจจุบัน 134 ราย จากกลุ่ม สว.ที่ถูกกล่าวหา 138 ราย

 

ข้อมูลระบุว่า คณะชุดที่ 36 รับฟังบรรยายสรุปจากสำนวนเป็นหลัก โดยไม่ได้เรียกพยานหรือคณะชุดที่ 26 มาสอบถามเพิ่มเติม ประเด็นนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในคำถามที่ กกต.ชุดใหญ่ต้องอธิบาย หากมีมติยกคำร้องทั้งหมด

 

เปิด 3 ฉากทัศน์ก่อนรู้มติ

 

ฉากทัศน์แรก กกต.ยกคำร้องทั้งหมด 229 ราย ส่งผลให้ สว.ทั้ง 138 รายปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ส่วนผู้ถูกกล่าวหาอีก 91 รายไม่ต้องเข้าสู่การไต่สวนของศาลฎีกา

 

หากเลือกทางนี้ กกต.ต้องอธิบายว่า เหตุใดเส้นทางเงิน ข้อมูลโทรศัพท์ โพยลงคะแนน และพยานบุคคล จึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะส่งเรื่องให้ศาลวินิจฉัย

 

ฉากทัศน์ที่สอง กกต.ดำเนินคดีเฉพาะบางราย โดยเลือกเฉพาะบุคคลที่มีหลักฐานทางการเงินหรือพฤติการณ์ชัดเจน มีรายงานว่าอาจเหลือผู้ถูกดำเนินคดีเพียง 2 ราย

 

ทางเลือกนี้ จะจำกัดผลกระทบต่อวุฒิสภา แต่ กกต.ต้องตอบให้ได้ว่า ใช้หลักเกณฑ์ใดแยกผู้ถูกดำเนินคดีออกจากผู้ถูกยกคำร้อง โดยเฉพาะเมื่อบุคคลเหล่านั้นปรากฏอยู่ในชุดข้อมูลและเครือข่ายเดียวกัน

 

ฉากทัศน์ที่สาม กกต.ยื่นคำร้องครบ 229 ราย ตามข้อเสนอของคณะชุดที่ 26 เพื่อให้ศาลฎีกาวินิจฉัยตามมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561

 

ฉากทัศน์นี้สร้างผลทางการเมืองมากที่สุด เพราะหากศาลฎีการับคำร้องไว้พิจารณา สว.ที่ถูกกล่าวหาทั้ง 138 รายต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 226 วรรคสี่ และกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.มาตรา 62 โดยไม่ต้องรอคำพิพากษาถึงที่สุด

 

มติเดียวสะเทือนสมดุลวุฒิสภา

 

หาก สว.138 รายต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่พร้อมกัน จำนวนสมาชิกที่เหลืออยู่จะลดลงอย่างมาก และเปลี่ยนน้ำหนักลงมติภายในวุฒิสภาทันที

 

ขณะเดียวกัน คดีที่มีผู้ถูกกล่าวหาและพยานจำนวนมากย่อมใช้เวลาไต่สวนยาวนาน ข้อมูลระบุว่าอาจมีพยานถึง 500–600 ปาก แต่ผลจากคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่ศาลรับคำร้อง ไม่ใช่หลังศาลตัดสินคดี

 

มติของ กกต.วันนี้จึงไม่ได้ชี้เฉพาะชะตาผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย แต่จะสะท้อนด้วยว่า กกต.ให้น้ำหนักกับผลสอบของคณะชุดที่ 26 หรือความเห็นเสียงข้างมากของคณะชุดที่ 36 และใช้มาตรฐานใดตัดสินหลักฐานในคดีที่กระทบความน่าเชื่อถือของวุฒิสภาทั้งระบบ.

ข่าวล่าสุด

‘พริษฐ์’ เปิด 4 เหตุผลพยานกลับคำ คดีโกงสว. ขาดความน่าเชื่อถือ จี้ กกต. ส่งศาล

‘พริษฐ์’ เปิด 4 เหตุผลพยานกลับคำ คดีโกงสว. ขาดความน่าเชื่อถือ จี้ กกต. ส่งศาล