
“สรรเพชญ” เร่งแก้ปัญหาท่าเรือศาลาลอย ดันพัฒนาร่องน้ำป่าสัก 52 กม. คาดเสร็จปลายปี 2570
รมช.คมนาคมลงพื้นที่อยุธยา ติดตามท่าเรือศาลาลอยที่ยังติดข้อจำกัดเรื่องค่าเช่า ระดับน้ำ และสภาพอาคาร พร้อมเร่งโครงการพัฒนาร่องน้ำแม่น้ำป่าสัก เพื่อรองรับเรือขนสินค้าและลดต้นทุนโลจิสติกส์
วันนี้ (13 กันยายน 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามโครงการสถานีขนส่งสินค้าทางลำน้ำบริเวณท่าเรือศาลาลอย อำเภอท่าเรือ และโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังบริเวณแม่น้ำป่าสัก พร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่
ท่าเรือศาลาลอยมีพื้นที่ประมาณ 56 ไร่ แต่ยังมีอุปสรรคต่อการนำมาใช้งาน ทั้งค่าเช่าและค่าธรรมเนียม ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักที่ลดลงในฤดูแล้ง และความต่างระดับระหว่างท่ากับเรือประมาณ 6–7 เมตร ซึ่งทำให้การขนถ่ายสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเทกอง ทำได้ยาก ปัจจุบันท่าเรือรองรับเรือได้ไม่เกิน 500 ตันกรอส ขณะที่อาคารสำนักงาน โรงพักสินค้า และพื้นที่หน้าท่าบางส่วนชำรุดหลังใช้งานมานานกว่า 13 ปี
นายสรรเพชญกล่าวว่า กระทรวงคมนาคมจะประสานกรมชลประทานพิจารณาการบริหารน้ำจากเขื่อนพระราม 6 โดยมีเป้าหมายรักษาระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักไว้ที่ประมาณ 4.5 เมตร เพื่อรองรับเรือที่กินน้ำลึก 4 เมตร พร้อมหารือกรมธนารักษ์ถึงแนวทางลดภาระค่าเช่าและค่าธรรมเนียม รวมถึงพิจารณาให้ผู้ประกอบการเช่าพื้นที่บางส่วน ส่วนการปรับรูปแบบการใช้ท่าเรือจะต้องพิจารณาวัตถุประสงค์การใช้งานและจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้สอดคล้องกับกฎหมาย
สำหรับโครงการพัฒนาร่องน้ำแม่น้ำป่าสัก ครอบคลุมระยะทางประมาณ 52 กิโลเมตร ตั้งแต่บริเวณหน้าวัดพนัญเชิงถึงเขื่อนพระราม 6 แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่
ช่วงหน้าวัดพนัญเชิง–วัดพระนอน ระยะทาง 23 กิโลเมตร ขุดร่องน้ำลึกประมาณ 6.6 เมตร กว้าง 30–44 เมตร เพื่อรองรับเรือขนาดไม่เกิน 2,500 ตัน
ช่วงวัดพระนอน–เขื่อนพระราม 6 ระยะทาง 29 กิโลเมตร ขุดร่องน้ำลึกประมาณ 4.4 เมตร กว้าง 24–35 เมตร เพื่อรองรับเรือขนาดไม่เกิน 1,000 ตัน
คาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2570 โดยกระทรวงคมนาคมตั้งเป้าให้ร่องน้ำที่พัฒนาขึ้นช่วยเพิ่มทางเลือกในการขนส่งสินค้า เชื่อมโยงสินค้าจากภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับท่าเรือในแม่น้ำป่าสัก และสนับสนุนการขนส่งทางน้ำเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายสรรเพชญยังตรวจสอบปัญหาตลิ่งถูกกัดเซาะบริเวณวัดคลองน้ำชาและหมู่บ้านอรัญญิก หลังประชาชนสะท้อนปัญหามาอย่างต่อเนื่อง โดยมอบหมายให้กรมเจ้าท่าสำรวจ ศึกษา และจัดทำคำของบประมาณ พร้อมขอให้กรมโยธาธิการและผังเมืองเตรียมความพร้อมเพื่อดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาในพื้นที่







