
อนุทินสั่งคลังต่อ “ไทยช่วยไทยพลัส” 1-2 เดือน ขอพรวันเกิดให้คนไทยมีความสุข
อนุทินสั่งคลังนำงบเหลือ 4-5 หมื่นล้านบาท ขยายโครงการไทยช่วยไทยพลัสอีก 1-2 เดือน หวังลดภาระประชาชนช่วงราคาน้ำมันเพิ่ม ขอพรวันเกิดให้คนไทยมีความสุข
ในการประชุมพรรคที่พรรคภูมิใจไทย เมื่อคืนวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง พิจารณาขยายโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ออกไปอีก 1-2 เดือน หลังพบว่ายังมีงบประมาณเหลือจากผู้ลงทะเบียนที่ไม่ได้ใช้สิทธิประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท
นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้โครงการเข้าสู่เดือนสุดท้าย จึงต้องการให้นำงบที่เหลือมาใช้ต่อเนื่องในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี โดยดำเนินการภายใต้กรอบวงเงินที่มีอยู่ เพื่อช่วยลดภาระประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น
นายอนุทินยืนยันว่าไม่กังวลต่อเสียงวิจารณ์จากฝ่ายที่ไม่สนับสนุนรัฐบาล หากมาตรการต่างๆ สามารถสร้างประโยชน์ให้ประชาชนและประเทศได้
ชูไทยได้เปรียบด้านความมั่นคงอาหาร
นายอนุทินยังกล่าวถึงการพบผู้นำต่างประเทศระหว่างเดินทางเยือนนอร์เวย์ว่า หลายประเทศให้ความสนใจและเชื่อมั่นประเทศไทย โดยเฉพาะประเด็น ความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง
นายกรัฐมนตรีระบุว่า แม้หลายประเทศจะมีทรัพยากร เช่น เหล็ก น้ำมัน และแร่ธาตุ แต่ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านการผลิตอาหาร ทั้งความอุดมสมบูรณ์ เทคโนโลยีการแปรรูป และความสามารถในการผลิตอาหารที่มีคุณภาพในต้นทุนที่แข่งขันได้ จึงควรใช้จุดแข็งดังกล่าวสร้างความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ
สำหรับวันเกิดครบรอบ 60 ปีในวันที่ 13 ก.ย. นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้ขอพรเพื่อตัวเอง แต่ต้องการเห็นประเทศไทยมีความแข็งแกร่งและคนไทยมีความสุขมากขึ้น พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในคณะรัฐมนตรีและ สส.ของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งพร้อมทำงานเพื่อประเทศอย่างเต็มที่
“อยู่ 8 ปีหรือไม่” วัดที่ผลงาน
ส่วนกรณีการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่าจะอยู่ครบ 8 ปีตามกรอบรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้เข้าสู่ปีที่ 2 ของการทำงาน และตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้ดำรงตำแหน่งรวมกันไม่เกิน 8 ปี โดยไม่ได้กำหนดจำนวนสมัย
อย่างไรก็ตาม การจะดำรงตำแหน่งต่อจนครบกรอบหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการทำงานและการสร้างประโยชน์ให้ประเทศ หากยังสามารถทำประโยชน์ให้ประเทศไทยได้ก็ไม่มีปัญหาเรื่องระยะเวลา
นายกรัฐมนตรีระบุว่า เสถียรภาพของรัฐบาลสามารถวัดได้จากเสียงสนับสนุนในรัฐสภา โดยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 รวมถึงกฎหมายสำคัญต่างๆ ได้รับความเห็นชอบจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา สะท้อนถึงเสถียรภาพและความไว้วางใจต่อรัฐบาลในการเดินหน้าบริหารประเทศ







