posttoday
ล้างบาง “ขบวนการโกงสอบท้องถิ่น” เกมยังไม่จบ เงิน 320 ล้านพาไปถึงใคร

ล้างบาง “ขบวนการโกงสอบท้องถิ่น” เกมยังไม่จบ เงิน 320 ล้านพาไปถึงใคร

12 กันยายน 2569

สางคดีโกงสอบท้องถิ่น “อนุทิน” ลั่นไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ขณะที่ ป.ป.ช. สอบแล้วกว่า 700 ปาก ด้าน ปปง. ขยายเส้นทางการเงิน ยึด-อายัดทรัพย์แล้วกว่า 320 ล้านบาท

“อนุทิน”  เปิดเกมรุก สั่งลากคดีโกงสอบท้องถิ่นให้สุดทาง ปปง. ยึด-อายัดทรัพย์แล้วกว่า 320 ล้านบาท ขณะที่ ป.ป.ช. สอบกว่า 700 ปาก พบผู้บริหารกรมฯ-นายหน้าเกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริต จับตาเส้นทางเงินและกระดาษคำตอบฉบับจริง อาจเป็นกุญแจสำคัญสาวถึงตัวการ คดีโกงสอบบรรจุข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 

 

จากจุดเริ่มต้นที่พบความผิดปกติของคะแนนสอบ วันนี้คดีไม่ได้หยุดอยู่แค่การเพิกถอนผลสอบหรือปลดผู้ทุจริตออกจากตำแหน่ง แต่กำลังถูกสังคมจับตาความจริงใจของรัฐบาลว่าจะขยายผลเป็นคดีขนาดใหญ่ที่มีทั้ง ขบวนการ นายหน้า เงิน และเจ้าหน้าที่รัฐ เข้ามาเกี่ยวข้องได้หรือไม่

 

ตัวเลขล่าสุดสะท้อนความซับซ้อนของคดี

 

5,925 ราย คือจำนวนผู้สอบที่ถูกแก้ไขคะแนน

3,868 ราย คือจำนวนที่ถูกเพิกถอนการบรรจุจากการทุจริตแก้ไขคะแนน

700 ปาก คือจำนวนผู้เกี่ยวข้องที่ ป.ป.ช. สอบไปแล้ว

และ กว่า 320 ล้านบาท คือมูลค่าทรัพย์สินที่ ปปง. ยึดและอายัดไว้แล้ว

 

แต่ทั้งหมดนี้อาจเป็นเพียง “ชั้นแรก” ของคดี

 

เพราะคำถามสำคัญจากนี้คือ เงินจำนวนนี้มาจากไหน ใครเป็นคนรับ และปลายทางอยู่ที่ใคร

 

 

“คดีไม่จบ” จากปากนายกรัฐมนตรี

 

11 ก.ย. 2569 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นั่งหัวโต๊ะแถลงความคืบหน้าคดี พร้อมตัวแทน 7 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

สารสำคัญที่นายกรัฐมนตรีต้องการส่งออกมาคือ คดีนี้ยังไม่จบ

 

 

สิ่งที่กระทรวงมหาดไทยดำเนินการไปก่อนหน้านี้ ทั้งการเพิกถอนผู้มีคะแนนผิดปกติออกจากตำแหน่ง และแจ้งรายชื่อให้ท้องถิ่นดำเนินการเลิกจ้าง เป็นเพียงมาตรการแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้น

 

ส่วน “คดีอาญา” และการสาวไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ยังคงเดินหน้าต่อ

 

รัฐบาลจึงใช้การทำงานร่วมกันของหน่วยงานด้านการปราบปรามการทุจริต ตำรวจ และการฟอกเงิน เป็นเครื่องมือไล่ตั้งแต่ คน–กระบวนการ–เงิน–ทรัพย์สิน

 

 

ปมใหญ่ที่ 1 - ใครอยู่เบื้องหลัง “นายหน้า”

 

ข้อมูลจาก ป.ป.ช. ถือเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญของคดี

 

จากการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องแล้วกว่า 700 ปาก พบข้อมูลที่ทำให้เห็นโครงสร้างของการทุจริตชัดเจนขึ้น

 

ป.ป.ช. ระบุว่า พบข้าราชการระดับผู้บริหารของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเข้าไปมีส่วนร่วมในการวางแผนและกำหนดขั้นตอนการโกงข้อสอบ

 

ขณะเดียวกัน ยังพบเครือข่าย “นายหน้า” ทั้งนายหน้าหลักและนายหน้ารอง ทำหน้าที่รวบรวมผู้สมัครที่ต้องการทุจริต รวมถึงรวบรวมเงินส่งต่อ

 

ที่สำคัญ เครือข่ายไม่ได้จำกัดอยู่แค่บุคคลภายนอก แต่มีข้อมูลว่ามีทั้งข้าราชการกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และข้าราชการท้องถิ่นเข้าไปเกี่ยวข้อง

 

นี่จึงเป็นจุดที่ทำให้คดีเปลี่ยนจากเรื่อง “โกงข้อสอบ” ไปสู่คำถามเรื่อง “ขบวนการทุจริตเชิงโครงสร้าง”

 

ปมใหญ่ที่ 2 - 320 ล้านคือปลายทางหรือจุดเริ่มต้น

 

การยึดและอายัดทรัพย์กว่า 320 ล้านบาท เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ

 

ปปง. ระบุว่า ได้ออกคำสั่งยึดทรัพย์แล้ว 3 คำสั่ง รวมมูลค่ากว่า 320 ล้านบาทเศษ โดยการทำงานไม่ได้ดูเพียงทรัพย์สินของผู้ต้องหา แต่ไล่ตรวจสอบธุรกรรมและเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับการกระทำความผิด

 

นั่นหมายความว่า เกมจากนี้จะอยู่ที่ “เส้นทางการเงิน”

 

เมื่อพบว่ามีเงินถูกส่งต่อผ่านนายหน้าหลายระดับ คำถามคือเงินสุดท้ายไปอยู่ที่ใคร

 

หากเส้นทางการเงินสามารถเชื่อมโยงไปถึงบุคคลที่มีอำนาจตัดสินใจหรือมีบทบาทในกระบวนการจัดสอบได้ คดีอาจขยับไปสู่ผู้ที่ถูกมองว่าเป็น “ตัวการ” มากกว่าผู้ลงมือในระดับปฏิบัติการ

 

และนี่คือเหตุผลที่รัฐบาลย้ำว่า การยึดทรัพย์ 320 ล้านบาท ยังไม่ใช่บทสรุป

 

 

ปมใหญ่ที่ 3 - 5,925 คะแนนผิดปกติ ใครเป็นคนทำ

 

ตัวเลข 5,925 รายสะท้อนขนาดของความผิดปกติที่เกิดขึ้น

 

กระทรวงมหาดไทยนำข้อมูลคะแนนสอบที่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาจัดทำบัญชีใหม่ ก่อนดำเนินการเพิกถอนผู้ที่ทุจริตแก้ไขคะแนนจำนวน 3,868 ราย

 

ในจำนวนนี้มีการเปิดให้ผู้เข้าสอบตรวจสอบคะแนนเพื่อความโปร่งใส มีผู้มาขอดูคะแนน 1,489 ราย และไม่มีผู้ใดอุทธรณ์คัดค้าน

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าจับตากว่าตัวเลขผู้ถูกเพิกถอน คือ กลไกที่ทำให้คะแนนสอบถูกแก้ไขได้

 

ใครเข้าถึงข้อมูล

ใครสามารถแก้ไขคะแนน

แก้ไขผ่านขั้นตอนใด

ใครสั่งการ

และใครเป็นผู้รับผลประโยชน์

 

คำตอบของคำถามเหล่านี้จะเป็นตัวชี้ว่า การทุจริตเกิดขึ้นในระดับใด และมีผู้เกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด

 

 

ปมใหญ่ที่ 4 - “กระดาษคำตอบฉบับจริง” อาจเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ

 

อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือการตรวจสอบกระดาษคำตอบฉบับจริง

 

ป.ป.ช. ระบุว่า อยู่ระหว่างเตรียมตรวจสอบกระดาษคำตอบ โดยได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

 

หากการตรวจสอบสามารถยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างคำตอบ คะแนน และกระบวนการแก้ไขข้อมูลได้ ก็จะช่วยเติมภาพในส่วนที่ยังขาดของคดี

 

เพราะ “ตัวเลขคะแนน” บอกว่ามีความผิดปกติ

 

แต่ “กระดาษคำตอบ” อาจช่วยตอบว่า ความผิดปกตินั้นเกิดขึ้นอย่างไร

 

 

ปมใหญ่ที่ 5 - ใครจะรับผิดจาก “ความผิดพลาดของระบบ”

 

นอกจากผู้ทุจริตโดยตรง อีกโจทย์ที่กระทรวงมหาดไทยต้องสะสางคือความรับผิดของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลการสอบ

 

ก่อนหน้านี้มีคำสั่งให้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเข้ามาปฏิบัติราชการที่กระทรวงมหาดไทย เพื่อเปิดทางให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส

 

กระทรวงยังตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และแจ้งความร้องทุกข์ต่อทั้งสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์และกองบังคับการปราบปราม

 

ประเด็นจึงไม่ได้อยู่เฉพาะว่า “ใครโกง” แต่รวมถึงว่า “ใครละเว้น ใครรู้เห็น และใครปล่อยให้กระบวนการผิดปกติเกิดขึ้น”

 

หากพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะมีทั้งมิติทางอาญาและวินัยตามมา

 

 

เกมวัดใจรัฐบาล “เอาจริงแค่ไหน”

 

คดีโกงสอบท้องถิ่นกำลังเดินมาถึงจุดที่สำคัญ

 

เพราะการตรวจสอบคะแนนและการเพิกถอนผู้ทุจริตเป็นเพียงการจัดการ “ปลายเหตุ”

 

โจทย์ใหญ่กว่าคือการสาวกลับไปถึง ต้นตอของขบวนการ

 

ใครวางระบบ

ใครเป็นนายหน้า

ใครรวบรวมเงิน

เงินถูกส่งต่อไปที่ใคร

ใครเป็นผู้สั่งการ

และมีเจ้าหน้าที่รัฐระดับใดเข้าไปเกี่ยวข้อง

 

เพราะท้ายที่สุด สิ่งที่สังคมกำลังรอดูไม่ใช่เพียงจำนวนผู้ต้องหาหรือมูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น

 

แต่คือ รัฐบาลจะสามารถลากคดีจาก “คนโกง” ไปถึง “คนบงการ” ได้หรือไม่

 

คำประกาศของนายกรัฐมนตรีว่า “ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย” จะมีน้ำหนักมากที่สุด ก็ต่อเมื่อปลายทางของคดีไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังจริงๆ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม

ข่าวล่าสุด

ล้างบาง “ขบวนการโกงสอบท้องถิ่น” เกมยังไม่จบ เงิน 320 ล้านพาไปถึงใคร

ล้างบาง “ขบวนการโกงสอบท้องถิ่น” เกมยังไม่จบ เงิน 320 ล้านพาไปถึงใคร