
ทลาย ‘ปากกาลดน้ำหนัก' เถื่อน! Haus of peptide เตือนเสี่ยงติดเชื้อเสียชีวิต
นครบาล ร่วม อย. ทลายแหล่งขาย “ปากกาลดน้ำหนัก” ยี่ห้อ Haus of peptide ยึดของกลางกว่า 52 ล้าน! เตือนผลิตภัณฑ์ไม่สามารถยืนยันตัวยา และมาตรฐานการผลิต เสี่ยงติดเชื้อรุนแรงถึงเสียชีวิต
กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงผลปฏิบัติการทลายแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาฉีดกลุ่มเปปไทด์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ยี่ห้อ “Haus of peptide” ซึ่งมีการโฆษณาอ้างสรรพคุณด้านการลดน้ำหนัก โดยตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งใน ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี และตรวจยึดผลิตภัณฑ์พร้อมอุปกรณ์มูลค่ารวมกว่า 52 ล้านบาท วานนี้ (วันที่ 11 กันยายน 2569)
คดีดังกล่าวเริ่มต้นจากผู้ปกครองร้องเรียนต่อกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี หลังพบว่าลูกสาวนำผลิตภัณฑ์ Haus of peptide มาฉีดเข้าสู่ร่างกาย และกังวลว่าอาจเป็นอันตราย เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนจนพบการโฆษณาจำหน่ายผ่านโซเชียลมีเดีย ชื่อบัญชี “Homรีวิวของดีมีคุณภาพเท่านั้น”
มีการโพสต์โฆษณาขายยาฉีดเปปไทด์ ยี่ห้อ Haus of peptide จำนวนมาก จึงได้ประสานมายังสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในการร่วมกันวางแผนตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบเป็นผลิตภัณฑ์ยาฉีดกลุ่มเปปไทด์ ไม่มีเลขทะเบียนตำรับยา ยี่ห้อ Haus of peptide จึงเป็นที่มาของการระดมกวาดล้างแหล่งขายยาฉีดกลุ่มเปปไทด์เถื่อน ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหาร ณ บ้านเลขที่แห่งหนึ่ง ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
พฤติการณ์ของกลุ่มลักลอบลขายผลิตภัณฑ์ยาฉีดกลุ่มเปปไทด์ ไม่มีเลขทะเบียนตำรับยา ยี่ห้อ Haus of peptide ได้ลักลอบขายมาแล้วประมาณ 1 ปี โดยเช่าบ้านพักและได้ว่าจ้างแรงงานต่างด้าว ในการแพ็คสินค้าและทำการจัดส่งโดยขนส่งเอกชน โดยเฉลี่ยส่งวันละ 100 กล่อง ราคาขาย 2,900 บาท/กล่อง
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ดังนี้
- ฐาน “ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต” โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
- ฐาน “ขายยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา” ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“เปปไทด์เถื่อน” คืออะไร ทำไมฉีดเข้าร่างกายจึงเสี่ยง?
นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้เฝ้าระวังและจับกุมผู้ลักลอบนำเข้าและขายยาในกลุ่ม GLP-1 antagonist receptor หรือที่รู้จักกันในนาม "ปากกาฉีดลดน้ำหนัก" มาโดยตลอด
และได้ประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงอันตรายที่ประชาชนอาจได้รับจากการใช้ยาปลอม หรือยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน โดยยาในกลุ่มนี้เดิมพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และจัดเป็นยาควบคุมพิเศษ คนไข้จำเป็นต้องได้รับการประเมินและดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์
ยากลุ่มนี้มีผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร คลื่นไส้ ท้องเสีย อาเจียน ท้องผูก ปวดท้อง และท้องอืด ผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น ภาวะซึมเศร้า ความคิดอยากทำร้ายตนเอง ภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน ภาวะไตวายเฉียบพลัน อีกทั้งยังพบว่ายากลุ่มนี้สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมไทรอยด์ เป็นต้น
หากใช้ไม่ถูกวิธีหรือหยุดยาเองโดยไม่มีอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจทำให้น้ำหนักดีดกลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า โยโย่เอฟเฟกต์ได้ และอาจเกิดผลเสียทำให้ร่างกายบวมน้ำ ปวดตามข้อ
และในคนไข้บางรายที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ฮอร์โมนเหล่านี้อาจไปกระตุ้นการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ นอกจากนี้ ด้วยลักษณะการใช้ต้องฉีดเข้าร่างกาย หากยาดังกล่าวไม่ปราศจากเชื้อ คนไข้อาจติดเชื้อในกระแสเลือดถึงขั้นเสียชีวิตได้
ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้อนุญาตผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ซึ่งผ่านการตรวจวิเคราะห์ว่ามีคุณภาพมาตรฐาน และมีความปลอดภัยในการใช้แล้ว และประชนควรเลือกใช้มากกว่าการไปเลือกใช้ยาเถื่อน เพราะราคาถูกแต่ไม่ปลอดภัย เพราะอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต
จึงขอเตือนประชาชนและสถานพยาบาลที่ให้บริการเสริมความงาม ไม่ควรซื้อยากลุ่มนี้ใช้เอง อาจได้รับยาปลอม ไม่มีตัวยาจริง ไม่รู้ว่าในผลิตภัณฑ์นั้นมีตัวยาอะไรบรรจุอยู่บ้าง และผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยหรือไม่จึงขอย้ำเตือนพี่น้องประชาชนว่า เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน
7 เดือน พบคดี “เปปไทด์เถื่อน” รายใหญ่อย่างน้อย 2 ครั้ง
ทั้งนี้ ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาฉีดเปปไทด์ที่ไม่ได้รับอนุญาต
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ตำรวจสอบสวนกลางและ อย. เคยทลายแหล่งผลิตและจำหน่ายยาฉีดเปปไทด์เถื่อน 3 แห่ง ในกรุงเทพฯ นครปฐม และราชบุรี ตรวจยึดของกลางกว่า 119,000 ชิ้น มูลค่าประมาณ 17.94 ล้านบาท
ผลิตภัณฑ์ที่ตรวจพบในครั้งนั้นมีการติดฉลากหรือกล่าวอ้างชื่อสารหลายชนิด เช่น tirzepatide, retatrutide, cagrilintide และ tesamorelin พร้อมกล่าวอ้างสรรพคุณตั้งแต่ลดความหิว ลดน้ำหนัก เผาผลาญไขมัน ไปจนถึงเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและชะลอวัย
อย่างไรก็ตาม การมีชื่อสารปรากฏบนฉลากไม่ได้ยืนยันว่าภายในผลิตภัณฑ์มีสารดังกล่าวจริงหรือมีปริมาณตรงตามที่ระบุ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ไม่ได้ผ่านกระบวนการขึ้นทะเบียนตำรับยา
กระทั่งเดือนกันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจพบกรณี Haus of peptide ใน จ.นนทบุรี ยึดของกลางมูลค่ากว่า 52 ล้านบาท ทำให้ภายในเวลาประมาณ 7 เดือน มีการตรวจยึดผลิตภัณฑ์ยาฉีดเปปไทด์ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากปฏิบัติการใหญ่ 2 ครั้ง รวมมูลค่าของกลางเกือบ 70 ล้านบาท







