
ไชยชนก แจงดราม่า งบซอฟต์แวร์ผี ลั่น แค่ขั้นตอนผิดพลาด ไม่ใช่การทุจริต
งบ 2 โครงการ สำนักงานสถิติแห่งชาติ 81 ล้านถูกตัดปี 70 ไชยชนก รับขั้นตอนพลาด-ชี้แจงไม่ได้ หลัง 'อิสริยะ' พบข้อสงสัยใบเสนอราคา 3 บริษัท
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงกรณีสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ถูกตัดงบประมาณปี 2570 สำหรับโครงการด้านข้อมูล 2 โครงการว่า ในภาพรวมแนวคิดของโครงการปรับปรุงและจัดระเบียบข้อมูล (Data Cleansing) การรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง รวมถึงการนำ AI มาช่วยประมวลผล
ถือเป็นแนวทางที่มีเหตุผลและเป็นงานที่จำเป็น แต่เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการงบประมาณ พบว่ารายละเอียดการดำเนินโครงการมีข้อผิดพลาด และหน่วยงานไม่สามารถชี้แจงข้อสงสัยได้ จึงเป็นเรื่องปกติที่โครงการจะถูกตัดงบประมาณ
เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ พบว่ารายละเอียดการดำเนินโครงการมีข้อผิดพลาด และหน่วยงานไม่สามารถชี้แจงได้ การถูกตัดงบประมาณจึงเป็นเรื่องปกติ
นายไชยชนก กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับ พบว่าการยื่นของบประมาณมีการขอผิดประเภทงบประมาณ ขณะที่การชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการยังพบปัญหาเกี่ยวกับชื่อบริษัทที่ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการกำหนดราคา โดยเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าชื่อบริษัทไม่ตรง ทำให้มีหลายประเด็นที่หน่วยงานไม่สามารถชี้แจงได้
ทั้งนี้ ระหว่างที่โครงการยังไม่ได้รับงบประมาณ กระทรวงจะใช้หน่วยงานภาครัฐที่มีศักยภาพเข้ามาช่วยดำเนินงานด้านการเชื่อมโยงข้อมูลไปก่อน แม้ประสิทธิภาพอาจไม่เท่ากับระบบตามโครงการเดิม แต่การปรับปรุง จัดระเบียบ และเชื่อมโยงข้อมูลยังเป็นงานที่จำเป็นต้องดำเนินการต่อ
สำหรับกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังนายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตจากการทำหน้าที่อนุกรรมาธิการงบประมาณปี 2570 ต่อการของบประมาณของ สสช. จำนวน 2 โครงการ วงเงินรวมราว 81 ล้านบาท โดยระบุว่าพบข้อสังเกตเกี่ยวกับเอกสารใบเสนอราคาซอฟต์แวร์ที่ใช้ประกอบการของบ ก่อนที่คณะอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการจะมีมติเอกฉันท์ตัดทั้ง 2 โครงการ และคณะกรรมาธิการงบประมาณชุดใหญ่ยืนยันการตัดงบในเวลาต่อมา
ทั้ง 2 โครงการประกอบด้วย โครงการทำความสะอาดข้อมูลและบูรณาการข้อมูล (Data Cleaning) วงเงินประมาณ 44 ล้านบาท มีค่าซอฟต์แวร์ประมาณ 33.9 ล้านบาท และโครงการสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปข้อมูลสถิติ (Statistical Data Analysis and Summarization) วงเงินประมาณ 37.4 ล้านบาท มีค่าซอฟต์แวร์ประมาณ 27.6 ล้านบาท
นายอิสริยะ ระบุว่า การจัดซื้อซอฟต์แวร์นอกบัญชีมาตรฐานที่ไม่มีราคากลาง หน่วยงานต้องสอบถามราคาจากบริษัทอย่างน้อย 3 ราย ซึ่งในขั้นตอนดังกล่าว สสช. ดำเนินการตามระเบียบ แต่ข้อสังเกตเกิดขึ้นจากใบเสนอราคา 3 ใบที่ใช้ชื่อซอฟต์แวร์แตกต่างกัน ขณะที่เลขเวอร์ชันเรียงเป็น 1.0, 2.0 และ 3.0 เมื่อนำชื่อซอฟต์แวร์บางรายการไปค้นหาผ่าน Google กลับไม่พบข้อมูลตรงกับชื่อที่ปรากฏในเอกสาร จึงตั้งข้อสงสัยต่อซอฟต์แวร์ที่นำมาใช้เปรียบเทียบราคา
นายอิสริยะ ยังระบุว่า ได้ให้ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติทดลองค้นหาชื่อซอฟต์แวร์ต่อหน้าคณะอนุกรรมาธิการ ซึ่งได้ผลตามข้อสังเกต ก่อนที่คณะอนุกรรมาธิการแผนบูรณาการ ซึ่งมีตัวแทนทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล จะมีมติเอกฉันท์ตัดทั้ง 2 โครงการออกจากแผนงบประมาณปี 2570 แม้ สสช. จะอุทธรณ์ต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณชุดใหญ่ แต่คณะกรรมาธิการยังยืนยันการตัดงบ
ด้าน นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) อธิบายว่า ข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐถูกจัดเก็บมาเป็นเวลานานและมีรูปแบบแตกต่างกัน จึงไม่สามารถนำซอฟต์แวร์สำเร็จรูปมาติดตั้งแล้วใช้งานได้ทันที แต่จำเป็นต้องกำหนดความต้องการของระบบให้สอดคล้องกับลักษณะข้อมูล รวมถึงพัฒนาและปรับระบบเพิ่มเติมให้เหมาะกับการใช้งาน
เป้าหมายของโครงการคือการนำข้อมูลที่มีอยู่มาปรับปรุง จัดระเบียบ และเตรียมให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถเชื่อมโยงและนำไปวิเคราะห์ต่อได้ ก่อนพัฒนาระบบให้สามารถประมวลผลข้อมูลสถิติและตอบคำถามได้รวดเร็วขึ้น ส่วนรายละเอียดทางเทคนิคและวิธีดำเนินโครงการเป็นหน้าที่ของผู้รับผิดชอบโดยตรงในการชี้แจง ขณะที่หากโครงการได้รับงบประมาณ ยังต้องผ่านขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นและกระบวนการ e-bidding ก่อนเข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้าง
นายเอกพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบัน สสช. ยังไม่ได้ใช้ซอฟต์แวร์ตามโครงการที่ถูกตัดงบประมาณ และยังต้องใช้บุคลากรดำเนินงานด้านข้อมูล ทำให้งานหลายขั้นตอนต้องใช้เวลา ขณะที่ระบบสำหรับช่วยเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลยังมีความจำเป็น โดยในการสนทนาได้กล่าวถึงการรอไปถึงปี 2571 หากโครงการยังไม่ได้รับงบประมาณในรอบนี้







