
ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง กกต. ปมถอนสิทธิสมัคร “ก้องเกียรติ”
ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์รับวินิจฉัยกรณีอดีตผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคกล้าธรรม พร้อมให้ยื่นคำชี้แจงภายใน 15 วัน
KEY
POINTS
- ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องของ กกต. ที่ขอให้วินิจฉัยเพื่อเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ
- กกต. ยื่นคำร้องเนื่องจากนายก้องเกียรติมีลักษณะต้องห้ามในการสมัคร ส.ส. เพราะเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีลักทรัพย์ แต่ยังลงสมัครรับเลือกตั้ง
- ศาลฯ ได้รับคำร้องไว้พิจารณาและให้นายก้องเกียรติยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน โดยนี่ยังไม่ใช่คำวินิจฉัยชี้ขาด
เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 7 พรรคกล้าธรรม หลังถูกกล่าวหาว่าสมัครรับเลือกตั้งทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตนมีลักษณะต้องห้าม
ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีเรื่องพิจารณาที่ 23/2569 ตามคำร้องของ กกต. ซึ่งยื่นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 54
กกต. ระบุในคำร้องว่า นายก้องเกียรติเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต ฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคหนึ่ง (1) แต่ยังสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมปกปิดหรือไม่แจ้งข้อเท็จจริงดังกล่าว
ศาลรัฐธรรมนูญตรวจคำร้องและเอกสารประกอบแล้วเห็นว่า คดีเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 54 รวมถึงอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (13)
ศาลจึงมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย พร้อมแจ้งให้ กกต. ในฐานะผู้ร้องทราบ และให้นายก้องเกียรติในฐานะผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง
คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 กกต. มีมติถอนชื่อนายก้องเกียรติออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 7 หลังพิจารณาว่าอาจมีลักษณะต้องห้ามจากกรณีเคยต้องคำพิพากษาจำคุก
สำนักงาน กกต. แจ้งมติไปยังสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช และมอบหมายให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแจ้งผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนแจ้งสิทธิอุทธรณ์แก่ผู้ถูกถอนชื่อตามระเบียบการเลือกตั้ง
ข้อมูลประกอบคำร้องระบุว่า ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีเคยมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2542 ให้นายก้องเกียรติจำคุก 1 ปี และปรับ 3,000 บาท ในคดีลักต้นไม้ 4 ต้น โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี
อย่างไรก็ตาม คำสั่งครั้งนี้เป็นเพียงการรับคำร้องไว้พิจารณา ยังไม่ใช่คำวินิจฉัยว่านายก้องเกียรติกระทำตามข้อกล่าวหาหรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ ขั้นตอนต่อไปต้องติดตามคำชี้แจงของผู้ถูกร้องและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป.







