
ก.ล.ต.ออกเกณฑ์ Travel Rule คุมสินทรัพย์ดิจิทัล สกัดฟอกเงิน เริ่มใช้ 27 ก.พ.70
ก.ล.ต.ออกเกณฑ์ Travel Rule กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องส่งและตรวจสอบข้อมูลการโอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัลทุกธุรกรรม ยกระดับป้องกันการฟอกเงินสากลและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สอดคล้องมาตรฐานสากล
KEY
POINTS
- ก.ล.ต. ออกหลักเกณฑ์ Travel Rule เพื่อควบคุมการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
- ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องรวบรวมและส่งข้อมูลของผู้โอนและผู้รับโอนไปพร้อมกับทุกธุรกรรม เพื่อให้สามารถติดตามเส้นทางได้
- เกณฑ์ดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2570 เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจมีเวลาเตรียมความพร้อมด้านระบบ
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกหลักเกณฑ์การจัดให้มีการบริหารและจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับการโอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล หรือเรียกว่า “หลักเกณฑ์ Travel Rule สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล” เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีข้อมูลประกอบการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงินที่เพียงพอ สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสนับสนุนการป้องกันการใช้บริการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางในการฟอกเงินและกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ
ตามที่ ก.ล.ต. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและยับยั้งอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมทั้งคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ได้มีมติให้ ก.ล.ต. ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ออกแนวปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ในระหว่างที่ ปปง. เตรียมความพร้อมเพื่อออกกฎเกณฑ์ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ก.ล.ต. ได้ประสานงานกับ ปปง. เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ระบบบริหารความเสี่ยงของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ให้มีข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลในทุกธุรกรรม เพื่อสนับสนุนการติดตามตรวจสอบและป้องกันการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้ในอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
โดย ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการ เมื่อเดือนมีนาคม – เมษายน 2569 และร่างประกาศ เมื่อเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2569 โดยผู้ที่เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เห็นด้วยกับหลักการและร่างประกาศที่เสนอ จึงได้ออกหลักเกณฑ์กำหนดหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมีสาระสำคัญดังนี้
(1) ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องจัดให้มีนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารและจัดการความเสี่ยงเกี่ยวกับการโอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล
(2) ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องรวบรวมข้อมูลของลูกค้าและคู่ธุรกรรมของลูกค้าประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล ตรวจสอบคู่ธุรกรรม ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลของคู่ธุรกรรม (counterparty VASP) และตัวกลางของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (Intermediary Digital Asset Operator) กรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจัดให้มีตัวกลางอยู่ในเส้นทางการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงตรวจสอบความเป็นเจ้าของหรือการมีอำนาจควบคุมกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลแบบดูแลและควบคุมด้วยตนเอง (self-hosted wallet) กรณีโอน/รับโอนสินทรัพย์ดิจิทัลกับ self-hosted wallet
(3) ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลผู้ส่งคำสั่งโอน (Ordering Digital Asset Operator) ต้องส่งข้อมูลของผู้โอนและผู้รับโอน ประกอบกับคำสั่งโอนสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่ผู้ counterparty VASP ที่รับคำสั่งโอน (Beneficiary Digital Asset Operator)
(4) ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องเก็บข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลในทุกธุรกรรมอย่างน้อย 5 ปี ต้องจัดเก็บไว้ในลักษณะที่หน่วยงานกำกับสามารถเรียกดูหรือตรวจสอบได้ทันที
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2570 เป็นต้นไป เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีเวลาในการเตรียมความพร้อมและพัฒนาระบบงานสำหรับการรับส่งข้อมูลและการตรวจสอบธุรกรรมตามหลักเกณฑ์ใหม่
นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต. ได้ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ให้ถูกใช้เป็นทางผ่านในการฟอกเงินและก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนมาอย่างต่อเนื่อง
เชื่อมั่นว่าการออกหลักเกณฑ์ Travel Rule สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลในครั้งนี้ จะเป็นการยกระดับความสามารถในการสกัดกั้นอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดความเสี่ยงที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจะถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงินและการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย
โดยมีบทบาทหน้าที่ในการดูแลธุรกรรมของลูกค้าให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่กำหนด รวมทั้งยังเป็นการยกระดับมาตรการป้องกันการฟอกเงินให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล (FATF) เพิ่มความน่าเชื่อถือในการเชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศในระยะยาว
Travel Rule สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล คืออะไร
สำหรับ Travel Rule เป็นเกณฑ์ที่กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลฝั่งส่ง ส่งข้อมูลของผู้โอนและผู้รับโอนไปพร้อม ๆ กับการส่งสินทรัพย์ดิจิทัลในการทำธุรกรรมให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลฝั่งรับ เพื่อให้รู้ว่า “สินทรัพย์ดิจิทัลมาจากไหน และจะไปหาใคร” เพื่อติดตามเส้นทางธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล
รูปแบบเดียวกับการทำธุรกรรมผ่านธนาคาร โดยธนาคารต้นทางต้องรู้ว่า ผู้โอนเป็นใคร และโอนไปหาใครที่ธนาคารปลายทาง ในขณะเดียวกันธนาคารปลายทาง ต้องรู้ว่าเงินที่ส่งมามีต้นทางมาจากไหน
ทั้งนี้ กรณีที่คู่ธุรกรรมของลูกค้าผู้ประกอบธุรกิจใช้กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลแบบดูแลและควบคุมด้วยตนเอง (self-hosted wallet) ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องติดตามข้อมูลของคู่ธุรกรรมลูกค้าและตรวจสอบกระเป๋าดังกล่าวเพิ่มเติม
Travel Rule สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล มีประโยชน์อย่างไร
Travel Rule ป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงิน เนื่องจากธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถเคลื่อนย้ายได้รวดเร็ว ข้ามแพลตฟอร์มและข้ามประเทศได้ง่าย หากไม่มีข้อมูลประกอบธุรกรรมเพียงพอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจติดตามเส้นทางเงินได้ยาก ทำให้มิจฉาชีพใช้ช่องว่างตรงนี้หลบเลี่ยงการตรวจสอบได้
นอกจากนี้ ยังยกระดับความน่าเชื่อถือของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เมื่อผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจนขึ้น และภาพรวมของตลาดจะโปร่งใสมากขึ้น จะทำให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
ขณะเดียวกัน สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยเป็นไปตามมาตรฐาน FATF (คณะทำงานเฉพาะกิจด้านการดำเนินการทางการเงิน หรือ Financial Action Task Force) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีกำหนดเข้ารับการประเมินตามมาตรฐานดังกล่าวในปี 2571 จึงต้องเตรียมระบบให้มีความพร้อมล่วงหน้า







