posttoday
วัสชี้สำนวน สว.รั่ว ต้องสาวถึงต้นตอ เอาผิด iLaw ต้องมีหลักฐาน

วัสชี้สำนวน สว.รั่ว ต้องสาวถึงต้นตอ เอาผิด iLaw ต้องมีหลักฐาน

26 สิงหาคม 2569

“วัส ติงสมิตร” ชี้ iLaw ไม่เข้าข่ายผิด ม.164 หากไม่ได้ร่วมวางแผนล่วงหน้า ย้ำ DSI ต้องหาเจ้าหน้าที่ต้นทางที่ปล่อยเอกสารลับ ไม่ใช่มุ่งเอาผิดผู้เผยแพร่ปลายทาง

KEY

POINTS

  • นายวัส ติงสมิตร ชี้ว่าประเด็นสำคัญของคดีเอกสาร สว. รั่ว คือการหาตัวเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นต้นตอ ไม่ใช่การมุ่งเอาผิดผู้เผยแพร่ปลายทาง
  • iLaw ในฐานะภาคประชาชน ไม่เข้าข่ายความผิดฐานเปิดเผยความลับราชการโดยตรง และจะถือเป็นผู้สนับสนุนได้ก็ต่อเมื่อมีส่วนร่วมก่อนที่ความผิดจะสำเร็จ
  • การดำเนินคดีกับ iLaw จำเป็นต้องมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่ามีการร่วมวางแผนหรือจูงใจให้เจ้าหน้าที่นำเอกสารออกมาตั้งแต่แรก

 

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ วิเคราะห์ข้อกฎหมายกรณีเอกสารสำนวนคดีเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รั่วไหลไปยังกลุ่ม iLaw โดยระบุว่า ประเด็นสำคัญของคดีอยู่ที่การตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่รัฐรายใดเป็นผู้เปิดเผยเอกสารเป็นคนแรก ไม่ใช่มุ่งดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่ข้อมูลปลายทางโดยไม่มีหลักฐานเชื่อมโยง

 

นายวัสอธิบายว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 164 ว่าด้วยความผิดฐานเจ้าพนักงานเปิดเผยความลับในราชการ ใช้บังคับเฉพาะผู้มีสถานะเป็น “เจ้าพนักงาน” ซึ่งมีหน้าที่และล่วงรู้ความลับในราชการ ก่อนนำไปเปิดเผยโดยมิชอบ

 

 

 

ดังนั้น นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ และทีมงาน iLaw ซึ่งเป็นประชาชนทั่วไปและภาคประชาสังคม จึงไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 164 โดยตรง เพราะไม่ได้มีสถานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย

 

ส่วนการพิจารณาว่า iLaw เป็นผู้สนับสนุนความผิดตามมาตรา 86 หรือไม่นั้น ผู้สนับสนุนต้องช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกก่อนหรือขณะกระทำความผิด สอดคล้องกับแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1353/2545 ขณะที่ความผิดตามมาตรา 164 สำเร็จทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่ส่งมอบเอกสารลับให้บุคคลภายนอกรับรู้

 

หาก iLaw ไม่ได้ร้องขอหรือร่วมวางแผนกับเจ้าหน้าที่ แต่ได้รับเอกสารภายหลังแล้วนำไปเผยแพร่ ย่อมไม่ถือเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 164 เพราะการรับรู้และเผยแพร่เกิดขึ้นหลังความผิดสำเร็จแล้ว โดยหลักกฎหมายต้องแยกให้ชัดระหว่างการ “รู้” กับการ “ช่วย” กระทำความผิด

 

อย่างไรก็ตาม iLaw อาจต้องต่อสู้ข้อกล่าวหาอื่น เช่น ความผิดตามมาตรา 322 และมาตรา 323 เกี่ยวกับการเปิดเผยความลับหรือเอกสารปิดผนึกของผู้อื่น ซึ่งต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเรื่องเจตนาบริสุทธิ์และการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ

 

กรณีที่จะเอาผิด iLaw ในฐานะผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนได้ DSI และพนักงานสอบสวนต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์ เช่น ข้อความสนทนา อีเมล หรือหลักฐานการนัดหมาย ซึ่งพิสูจน์ว่า iLaw เป็นฝ่ายจูงใจ สั่งการ หรือร่วมวางแผนกับเจ้าหน้าที่ DSI ให้นำเอกสารออกมาตั้งแต่ต้น

นายวัสทิ้งท้ายว่า การตั้งข้อกล่าวหาเหมารวมว่าผู้เผยแพร่เป็นผู้สนับสนุน โดยไม่มีหลักฐานแสดงการร่วมมือกันล่วงหน้า อาจขัดต่อโครงสร้างความรับผิดทางอาญา และอาจถูกตั้งคำถามว่าเป็นการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชน หรือ SLAPP เพื่อสกัดการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่าเอกสารสำนวนคดีฮั้ว ส.ว. ที่หลุดออกมาทาง iLaw นั้นเป็นของกองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน (ดีเอสไอ) ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมคนก่อน

 

ต่อมา ปลัดกระทรวงยุติธรรมได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้โฆษกกรมสอบสวนดีเอสไอ (DSI) เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อหาตัวผู้ปล่อยและผู้เผยแพร่สำนวน เนื่องจากสร้างความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรม.

แหล่งที่มาประกอบ: เพจเฟซบุ๊ก วัส ติงสมิตร
 

ข่าวล่าสุด

SET ฟื้นตัว หลังราคาน้ำมันร่วง-แรงหนุนงาน Thailand Focus 2026

SET ฟื้นตัว หลังราคาน้ำมันร่วง-แรงหนุนงาน Thailand Focus 2026